เดินหน้าแจ้งความ! ทีมพยัคฆ์ไพร เอาจริง เข้าแจ้งความ พวกลักลอบตัดไม้ ป่าปากเตรียม
แมงปอ อีจัน
18 ชั่วโมงก่อนหน้า

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 เม.ย. ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ชั้น 16 อาคารพิทักษ์สันติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ ในฐานะกำกับดูแลงานด้านการโอนภารกิจระหว่างกรมป่าไม้กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. โดยมิชอบ ในพื้นที่ป่าเขาปากเตรียม อ่าวจาก อ.สุขสำราญ จ.ระนอง จำนวน 105 ฉบับ รวมถึงกรณีการลักลอบตัดไม้และขนย้ายไม้ออกจากพื้นที่ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่เป็นวงกว้าง

นายพัฒน์พงษ์ เปิดเผยว่า การเดินทางมาแจ้งความในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเด็นหลัก โดยประเด็นแรกเป็นการดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจยึดไม้ของกลางที่พบกระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ ทั้งหมด 69 จุด เพื่อพิสูจน์ทราบว่าไม้ดังกล่าวถูกตัดมาจากพื้นที่ดินที่มีการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่ได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 69 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ เพื่อตรวจยึดและเรียกตัวเจ้าของไม้มาแสดงตนแสดงหลักฐานที่มา พร้อมทั้งเตรียมขยายผลไปยังกลุ่มผู้รับจ้างลักลอบตัดไม้และกลุ่มขบวนการขนย้ายไม้


โดยจากการสำรวจเพิ่มเติมยังพบว่ามีไม้ที่ถูกลักลอบตัดกระจัดกระจายอยู่นอกพื้นที่อีกกว่า 100 จุด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบทั้งหมดและดำเนินการขนย้ายไปเก็บรักษาไว้เป็นของกลาง ที่ว่าการอำเภอสุขสำราญ สำหรับประเด็นที่สอง คือการดำเนินคดีกรณีการออกเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. โดยมิชอบ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของจังหวัดระนองได้ตรวจสอบพบข้อมูลเมื่อปี 2566 ว่ามีการออกเอกสาร น.ส.3 ก. ในพื้นที่ป่าเขารกชัน ซึ่งมีสภาพเป็นพื้นที่ภูเขาลาดชันไม่เหมาะสมและไม่อาจออกเอกสารสิทธิ์ตามกฎหมายได้
เบื้องต้นพบการกระทำผิดในจำนวน 21 แปลง เนื้อที่รวมกว่า 600 ไร่ โดยมีผู้เกี่ยวข้องหลายส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและพลเรือน ซึ่งหลังจากมีการแจ้งความดำเนินคดีในวันนี้ กรมป่าไม้จะเร่งประสานไปยังกรมที่ดินเพื่อให้ดำเนินการตามขั้นตอนเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. ดังกล่าวทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบและบริหารจัดการพื้นที่ป่าได้อย่างเต็มที่



นอกจากนี้ รองอธิบดีกรมป่าไม้ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษพยัคฆ์ไพร ดำเนินการคัดลอกระวางที่ดินเพื่อนำมาตรวจสอบอย่างละเอียดว่า ข้อมูลระวางในปัจจุบันตรงตามผลการสำรวจเดิมที่เคยทำไว้หรือไม่ หรือมีการใช้ช่องทางมิชอบในการขยับขยายขอบเขตพื้นที่ออกไปจากเดิม ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นของกลุ่มพยัคฆ์ไพรพบความผิดปกติว่ามีการขยายพื้นที่รุกล้ำนอกเขตป่าเขาปากเตรียมข้ามไปยังพื้นที่จังหวัดพังงา โดยพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคล 2 กลุ่มใหญ่ที่เป็นผู้บุกรุกพื้นที่ป่าเขาปากเตรียมและพยายามจะออกเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. เพิ่มเติม แต่ถูกชาวบ้านในพื้นที่รวมตัวคัดค้านเนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

นายพัฒน์พงษ์ ระบุเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากการแจ้งความร้องทุกข์ในครั้งนี้ เชื่อมั่นว่าพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จะดำเนินการเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบสวน ไม่ว่าจะเป็นผู้ครอบครอง น.ส.3 ก. ผู้เช่าที่ดิน กลุ่มบุคคลที่ดำเนินการเคลื่อนย้ายไม้ ตลอดจนผู้รับซื้อไม้ เพื่อระบุตัวบุคคลที่จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างชัดเจนต่อไป
ทั้งนี้มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการลักลอบทำไม้ในเบื้องต้นประเมินไว้ไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท และหากรวมความเสียหายด้าทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีเกณฑ์การประเมินอยู่ที่ไร่ละ 150,000 ถึง 200,000 บาท เมื่อคำนวณตามจำนวนที่ดินที่ได้รับผลกระทบแล้ว คาดว่ามูลค่าความเสียหายรวมอาจสูงถึง 200 ล้านบาทเลยทีเดียว