คนเจนวายจีน เลิกหางาน เพราะ “สู้กับการหางานใหม่ไม่ไหว”
พอลลี่ อีจัน
27 พฤษภาคม 2568

คนเจนวายจีน ทนรับแรงกดดันไม่ไหว!
วันนี้(27 พ.ค.68) เพจเฟซบุ๊ก Jeenthainews – จีนไทยนิวส์ รายงานว่า ‘คนเจนวายจีน’ ยอมศิโรราบให้ชีวิต หลังพบว่า ‘ความพยายาม’ ไม่เท่ากับ ‘ความสำเร็จ’ เดี๋ยวจะอธิบายคร่าวๆแบบนี้ค่ะ หากถามว่าคนจีนวัยไหนที่ไม่อยากหางานทำมากที่สุดตอนนี้ คำตอบคือไม่ใช่คนหนุ่มสาว แต่กลับเป็นกลุ่มคนเกิดช่วงปี 1980 หรือกลุ่มคนเจนวาย ที่เคยทุ่มเทและสู้ชีวิตมากที่สุด ซึ่ง มันไม่ได้แปลว่า “ยอมแพ้” แต่เป็นเพราะได้เห็น “ความโหดร้าย” ของชีวิตมาแล้วนั่นเอง ทั้งนี้เองก็ไม่ใช่เพราะ “หางานไม่ได้” แต่เพราะ “สู้ไม่ไหวกับการหางาน”

ซึ่งอดีตผู้บริหารสายเทคโนโลยีคนหนึ่งที่เคยทำงานกับบริษัทฯ ชื่อดังมากมาย เช่น eBay, เจดี (JD.com,京东) และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชื่อดังอื่นๆ ได้ถูกเลิกจ้างและหางานใหม่ไม่ได้มาครึ่งปี บริษัทฯขนาดใหญ่ส่วนมากก็บอกว่าอายุมากไป ส่วนบริษัทฯ เล็กๆ ก็มองว่าเงินเดือนที่ขอสูงเกินไป แม้แต่การทำคอนเทนต์หรือธุรกิจก็เริ่มไม่ประสบผลสำเร็จ ทั้งนี้เขาเคยคิดว่าการมีทั้งทักษะด้านเทคนิคและการบริหารคือความมั่นคงอาชีพ แต่สุดท้ายก็ถูกเลิกจ้างเพราะปรับโครงสร้างขององค์กรและการมีผู้บริหารใหม่ โดยได้มีการลองยื่นใบสมัครงานหลายครั้งแต่ถูกปฏิเสธหมด จนเริ่มรู้สึกหมดแรงและเกิดความเครียดสะสม สุดท้ายจึงเข้าใจว่าไม่ใช่ว่าไม่อยากทำงาน แต่เป็นเพราะความจริงที่โหดร้ายทำให้ “ทนรับแรงกดดันไม่ไหว” ซึ่งมันก็ทำให้เริ่มเข้าใจในมุมมองชีวิตมากขึ้นด้วย และสามารถยอมรับอีกว่าไม่ใช่เพราะไม่เก่ง แต่ตลาดไม่ต้องการแรงงานวัยกลางคน
ทั้งนี้ โปรแกรมเมอร์วัย 40 ต้นๆ จบจากมหาวิทยาลัยระดับท็อปของจีน ตกงานมาเกือบ 3 ปี ซึ่งเขาได้ในเหตุผลว่าไม่ได้ขี้เกียจ แต่ตลาดแรงงานเริ่มปิดกั้นคนวัยนี้ ตำแหน่งดีๆก็จำกัดอายุ ส่วนงานที่เงินเดือนน้อย เขาก็ไม่กล้ารับ คนเจนนี้เองก็พยายามทั้งหางานออนไลน์และรับสาย HR ระดับสูงในกลางดึก แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครรับเข้าทำงาน สิ่งที่ได้รับในช่วงวัยกลางคนไม่ใช่โอกาส แต่คือการ “ถูกปฏิเสธ” สังคมนี้ไม่ได้ขาดคนที่พยายาม แต่ขาด “ความเข้าใจและพื้นที่” สำหรับคนวัยกลางคน ส่วนอีก 1 เคส ก็คือ ชายชาวจีนรายหนึ่งเคยเป็นถึงบรรณาธิการใหญ่ของสื่อดัง ก่อนจะลาออกมาเริ่มต้นธุรกิจ แต่พอเจอโควิดก็ขาดทุนย่อยยับ สุดท้ายต้องหันไปส่งอาหาร ขับแท็กซี่ และรับจ้างตัดต่อวิดีโอ
คนกลุ่มนี้เองก็เหมือนเป็น “แซนด์วิชเจเนอเรชั่น” ที่โชคร้ายตลอด ไม่ว่าจะตอนเรียนที่ไม่ทันยุคขยายโควต้าเข้ามหาวิทยาลัย พอเรียนจบก็ดันเจอกับวิกฤตเศรษฐกิจ และตอนนี้ก็ถูกสารพัดเหตุผลขับให้ออกจากงานอีก พวกเขาเคยกัดฟันผ่อนบ้าน แต่ตอนนี้แม้แต่งานก็ยังรักษาไว้ไม่ได้ และเริ่มมองออกว่าเกมนี้สู้ต่อไปก็ไม่คุ้ม รวมถึงโยนความเชื่อว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นลงถังขยะไปเรียบร้อยแล้ว
แล้วลูกเพจคนไหนเป็นแบบนี้บ้างคะ? มาแชร์เรื่องราวกันหน่อยนะคะ
ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก Jeenthainews – จีนไทยนิวส์ https://www.facebook.com/share/p/16Cw2jye6b/