“สมศักดิ์” เผยผล MRI ยัน! “น้องผิง” ไม่ได้เสียชีวิตเพราะการนวด

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

9 ธันวาคม 2567

“สมศักดิ์” เผยผล MRI ยัน! “น้องผิง” ไม่ได้เสียชีวิตเพราะการนวด

จากกรณีนักร้องสาว “ผิง ชญาดา” ป่วยหนักและเสียชีวิต หลังไป “นวดบิดคอ” ที่ร้านนวดแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี จนหลายคนเริ่มกังวลเรื่องการนวด 



ล่าสุด วันนี้ (9 ธ.ค.67) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า จากที่ได้รับรายงานกรณีผู้ป่วย “ผิง ชญาดา” อายุ 20 ปี ไม่มีโรคประจำตัวเดิม โดยวันที่ 5 ต.ค.67 เริ่มมีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ และได้ไปนวดร้านหนึ่ง โดยระบุว่า มีการนวดบิดคอ หลังจากนั้นเริ่มปวดท้ายทอย ชาแชน และกลับไปนวดร้านเดิมอีก 2 ครั้ง อาการเริ่มแย่ลง แขนอ่อนแรง 

วันที่ 28 ต.ค.67 ไปตรวจที่ รพ.อุดรธานี ครั้งแรกมีอาการมือสั่นใจสั่นคล้ายโรคไทรอยด์ ส่งตรวจเลือดไม่พบโรคไทรอยด์ เลยให้ยาแก้ใจสั่นกลับบ้าน และนัดอีก 1 เดือน วันที่ 6-11 พ.ย.เข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.อุดรธานี ได้แอดมิทแผนกระดูกและข้อ โดยแพทย์ตรวจพบว่า แขนขาอ่อนแรง ตรวจ MRI เพิ่ม พบว่าไม่มีกระดูกคอหัก หรือเคลื่อน ตรวจโดยเจาะน้ำไขสันหลัง 

สรุปวินิจฉัยเป็น โรคไขสันหลังอักเสบ ซึ่งได้ให้ยารักษา หลังจากนั้นอาการเริ่มดีขึ้น จึงกลับไปพักที่บ้าน แต่หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ ยังมีอาการเกร็งกระตุกตามร่างกาย ต่อมาวันที่ 22 พ.ย.67 อาการเกร็งและอ่อนแรงมากขึ้น เข้าไอซียู รพ.อุดรธานี มีอาการช็อกจากติดเชื้อในกระแสเลือดและเสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.67 

“เหตุที่ทำให้ถกเถียงกันมาเนื่องจากข้อมูล ซึ่งได้มีการเอ็กซเรย์ในครั้งแรก และต่อมาได้ทำ MRI ซึ่งชัดเจนแล้วว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการนวด ผมอยากให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จึงต้องมีการรวบรวมข้อมูลต่างๆ จนได้ตามที่กล่าวข้างต้น” นายสมศักดิ์ กล่าว 

เมื่อถามว่าจะกระทบต่อนโยบายแพทย์แผนไทย การนวดไทยหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ต้องมั่นใจ เพราะนี่มีผล MRI แล้ว เดิมทีเดียวยังไม่มีการพูดถึง แต่เมื่อมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ชั้นสูง ทันสมัยออกมาแล้ว ก็จะทำให้เห็นชัดเจน ส่วนเรื่องการนวดแพทย์แผนไทย ขอให้ประชาชนมั่นใจ เพราะขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุข มีการทำแนวทางปฏิบัติ การตรวจคุณภาพต่างๆ รวมถึงเรื่องการนวดไทยด้วย ซึ่งไม่ใช่ว่าทำวันนี้ เราทำมาตั้งนาน ตั้งแต่ตนเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ แล้ว ไม่ใช่ว่าเกิดเรื่องนี้แล้วค่อยมาทำ   

ทั้งนี้ ไขสันหลังอักเสบ (Transverse Myelitis) เป็นการอักเสบบริเวณไขสันหลังที่มักจะส่งผลต่อเซลล์ประสาทและปลอกหุ้มใยประสาทที่เรียกว่ามัยอีลิน (Myelin) ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวด กล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นอัมพาต มีปัญหาด้านประสาทสัมผัส กระเพาะปัสสาวะและลำไส้ทำงานผิดปกติ ซึ่งสาเหตุอาจเป็นผลมาจากการติดเชื้อ โรคระบบภูมิคุ้มกัน โรคปลอกประสาท หรือปัญหาสุขภาพบางประการ  

โดยทั่วไป ผู้ป่วยไขสันหลังอักเสบ อาจใช้เวลารักษาตัวนานหลายเดือนหรือหลายปี ซึ่งแม้จะเข้ารับการรักษาแล้ว บางรายอาจมีอาการหลงเหลืออยู่บางส่วน ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอาจพิการหรือไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ตามปกติ และหากผู้ป่วยไขสันหลังอักเสบ มีสาเหตุจากโรคประจำตัวก็อาจกลับมาเป็นซ้ำได้ 

สาเหตุของโรคไขสันหลังอักเสบ เกิดจากสารมัยอีลินเป็นเนื้อเยื่อไขมันชนิดหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายฉนวนไฟฟ้า ทำหน้าที่ช่วยปกป้องใยประสาทและเซลล์ประสาท หากสารมัยอีลินบริเวณไขสันหลังถูกทำลายหรือได้รับความเสียหายอาจส่งผลต่อเซลล์ประสาทจนเกิดการอักเสบได้ ทั้งนี้ทางการแพทย์ยังไม่ทราบต้นตอของการเกิดไขสันหลังอักเสบอย่างแน่ชัด แต่ในผู้ป่วยบางรายอาจมีสาเหตุมาจากโรคติดเชื้อ หรือโรคระบบภูมิคุ้มกัน 

ข้อมูลจาก: https://www.pobpad.com/ , https://www.hfocus.org/