ปิติยินดี บวชทดแทนคุณพ่อแม่-เฉลิมพระเกียรติ ในหลวง ร.10
ขวัญ อีจัน
31 กรกฎาคม 2567

ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์สุดล้ำค่าสำหรับแอดเลยครับที่ครั้งหนึ่งได้เข้าร่วมการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติครอบ 6 รอบ ในหลวงรัชกาลที่ 10 ณ วัดเกาะสุวรรณาราม เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร แน่นอนว่ากิจกรรมนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ชายไทยทุกคนจะต้องผ่านกันมาอย่างน้อยก็สักครั้งหนึ่งในชีวิต
แต่สำหรับแอดมินเอง ครั้งนี้ถือเป็นการบรรพชาอุปสมบท หรือบวชพระเป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรก แอดมินบวชตามธรรมเนียมประเพณี คือ ตอนอายุครบ 20 ปี บริบูรณ์ ส่วนการตัดสินใจบวชพระครั้งที่ 2 เดิมทีแอดมินเองก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้าร่วมบวชแต่อย่างใด เพราะมีความตั้งใจไว้แล้วว่าจะหาวันบวชเองช่วงปลายปี แต่ก็มีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นมากมายที่ทำให้แอดตัดสินใจเข้าร่วมโครงการในที่สุด

ซึ่งตัวของแอดเองรู้สึกว่ามันก็เหมือนโชคชะตาฟ้าลิขิต เพราะก่อนหน้านี้แอดเข้าใจไปเองว่าโครงการนี้น่าจะมีคนสมัครครบแล้ว แต่จู่ๆก็ยังมีโพสต์รับสมัครชายไทยอยากบวชปรากฎอยู่ แอดจึงไม่รอช้ารีบดำเนินการติดต่อสอบถาม ยื่นเอกสารสมัครกับทางวัดแบบทันทีทันใด ระหว่างนั้นเหลือเวลาอีกเพียง 7 วัน ก็จะถึงวันพิธี แอดยอมรับว่ารู้สึกตื่นเต้น อิ่มเอิบ และสุขในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก อยากให้ถึงวันนั้นเร็ว ๆ
และก็มาถึงวันที่ 19 ก.ค. ซึ่งเป็นวันที่ผู้สมัครบรรพชาอุปสมบทจะมาพร้อมกันที่วัดเพื่อปลงผมเป็นนาค ก่อนจะมีการอุปสมบทในวันถัดไป ซึ่งวันนี้เองเป็นวันแรกที่แอดได้เห็นหน้าตาของเหล่าชายไทยที่อยากบวช ซึ่งถือว่ามีทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กวัยรุ่น วัยหนุ่ม วัยหนุ่มใหญ่ และวัยหนุ่มเหลือน้อย ทุกคนต่างก็มีหน้าตาที่สดชื่นแจ่มใส่ พร้อมเข้าพิธีที่ชายไทยทุกคนควรจะผ่านประสบการณ์นี้สักครั้ง โดยขั้นตอนทุกอย่างก็ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย ตั้งแต่การปลงผม เปลี่ยนชุดนาค ซึ่งทางวัดเกาะก็เอาใจใส่ดูแลผู้สมัครเข้าร่วมโครงการเป็นอย่างดี จนมาถึงวันที่ 20 ก.ค. วันสำคัญที่ทุกคนจะได้ห่มผ้าเหลือง ได้ทำในสิ่งที่เชื่อว่าทุกคนล้วนตั้งใจเป็นอย่างดี

สำหรับการบรรชาอุปสมบทหมู่นี้ ใช้เวลาดำเนินการนานพอสมควรเนื่องจากมีผู้สมัครเป็นจำนวนมาก และทางพระคุณเจ้ากำหนดให้ผู้สมัครเข้าทำการอุปสมบทรอบละ 3 คน กว่าจะเสร็จพิธีก็เกือบ 6 โมงเย็นพอดี ซึ่งพระใหม่ หรือ พระนวกะ ก็จะได้เข้าร่วมกิจกรรมหนึ่งทางพระพุทธศาสนาที่มีความสำคัญมาก ๆ พิธีหนึ่ง นั่นก็คือ การสวดโอวาพระปาติโมกข์ ซึ่งถือเป็นการทำสังฆกรรมทางสงฆือย่างหนึ่งซึ่งจะทำในวันอาสาฬหบูชา และบังเอิญว่าวันบรรพชาอุปสมบทก็ตรงกับวันดังกล่าวพอดี นับเป็นบุญยิ่งนักที่พระใหม่ทุกท่านได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่นับเป็นประสบการณ์สุดล้ำค่า เมื่อพระครูสรภัญญ์พิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดเกาะสุวรรณาราม ได้นำพระใหม่ทุกรูปร่วมสวดมนต์เจริญพระพุทธมนต์ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว นับเป็นมหาบุญยิ่งนัก เพราะส่วนใหญ่ทุกคนที่มาวัดพระแก้วก็จะมาในฐานะของนักท่องเที่ยว แต่ ณ วันนี้ เรามาในฐานะของพระสงฆ์

ตลอดระยะเวลาการบวช 9 วันนี้ ทางวัดเกาะสุวรรณาราม ได้จัดพระอาจารย์วิทยากรผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้ความรู้เกี่ยวกับธรรมะ การปฏิบัติกรรมฐานต่าง ๆ นอกจากนี้ยังได้ปฏิบัติกิจวัตรของสงฆ์ต่าง ๆ อาทิ ทำวัตรเช้า-เย็น, การบิณฑบาตร, กวาดลานวัด, ทำความสะอาดศาลา-อุโบสถ และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ทางวัดยังจัดให้มีช่วงเวลาผ่อนคลายให้พักผ่อนตามอัธยาสัย ซึ่งช่วงเวลานี้เองเป็นช่วงที่พระใหม่ทุกรูปได้ทำความรู้จักกัน ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ส่วนเรื่องความต่างของวัยนั้นไม่เป็นปัญหาหรืออุปสรรคแต่อย่างใด พระใหม่ทุกรูปสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว เหตุหนึ่งก็คงจะเป็นเพราะต้องพักอาศัย จำวัดในศาลาเดียวกัน ช่วยกันครองผ้า พับจีวร สอนการห่มในรูปแบบต่าง ๆ เพราะหลาย ๆ ท่านก็ผ่านการบวชมาแล้วหลายครั้งจึงสามารถทำได้อย่างทะมัดทะแมง ซึ่งท่านก็มีน้ำใจช่วยสอนพระน้อง พระที่พึ่งบวชครั้งแรก รงมถึงตัวแอดเองแม้จะบวชเป็นครั้งที่ 2 แต่มันก็ผ่านมา 10 กว่าปีแล้ว แอดก็ลืม ๆ ไปบ้าง

ระหว่างที่ผมอยู่ในร่มกาสาวพัสตร์ ผมรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ รู้สึกอิ่มบุญ รู้สึกปิติยินดีในทุก ๆ กิจกรรมที่ทางวัดจัดให้ และในคืนสุดท้าย คือวันที่ 28 ก.ค. หลังงเสร้จสิ้นการเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10 จากอุโบสถแล้ว ท่านเจ้าอาวาสได้นิมนต์พระนวกะทุกรูปนั่งพูดคุยกันที่ศาลาการเปรียญ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้สึกระหว่างพระวิทยากรกับพระใหม่ทุกรูปโดยเรียงตามลำดับตั้งแต่หมายเลข 1 ถึงหมายเลข 59

พระใหม่แต่ละท่านต่างเล่า อธิบายถึงความรู้สึกที่มีต่อการมาบวชในครั้งนี้ ซึ่งมีทั้งสั้นและยาวแตกต่างกันออกไปบางท่านพูดเก่งก็อธิบายได้เป็นฉาก บางท่านเขินไมค์ก็กล่าวเพียงสั้น ๆ แต่จากที่ตัวแอดเองนั่งฝั่งตั้งแต่หมายเลข 1 จนถึงหมายเลขสุดท้าย ผมสัมผัสได้ถึงจุดมุ่งหมายเดียวกันนอกเหนือจากการบวชถวายในหลวงนั่นก็ คือ การบวชทดแทนบุญคุณพ่อแม่ บุพการี ญาติผู้ใหญ่ที่เคารพ เพื่อให้ทุกท่านเหล่านั้นได้รับอานิสงค์ผลบุญจากการบวช และได้เห็นลูกหลานได้ห่มผ้าเหลืองสักครั้ง

แต่ก็มีอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมปลื้มและมีความสุข ดีใจแทนพี่จัน และเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทีมงานในเพจอีจันทุกคน ก็คือ มีพระใหม่หลายท่านบอกว่าสิ่งที่ทำให้เขาได้มาบวชในครั้งนี้ ได้มีโอกาสเข้ามาอยู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์เพราะเห็นการโพสต์ การประชาสัมพันธ์ที่หน้าเพจอีจัน ทำให้พวกเขาได้รับทราบถึงงานดังกล่าว และที่สำคัญการบวชในครั้งนี้นั้นผู้ที่สมัครเข้าร่วมโครงการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียวซึ่งเป้นอีกเหตุผลหลักที่ทำให้หลายคนตัดสินใจร่วมบรรพชาอุปสมบทในครั้งนี้ เพราะการบวชนั้นถ้าว่ากันตามจริงก็มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงอยู่เหมือนกัน ความรู้สึกในตอนนั้นผมไม่รู้จะอธิบายเป็นพูดอย่างไรนอกจากคำว่า ตื้นตัน และดีใจ แทนพี่จัน มูลนิธิปวีณา และเจ้าภาพร่วมทุกท่าน ที่ได้เป็นสะพานบุญหนุนนำให้ทุกท่านได้ทำตามความตั้งใจ ความปรารถนา ได้สำเร็จลุล่วง

หลังเสร็จสิ้นพิธีการดังกล่าว ท่านเจ้าอาวาสก็ปรารภกับผมโดยฝากขอบคุณไปยังพี่จันที่ได้เป็นสะพานบุญช่วยให้คนที่อยากบวชได้บวชตามที่ตั้งใจ นอกจากนี้ยังมีพระร่วมรุ่น ซึ่งผมเรียนท่านว่าหลวงลุง ได้เข้ามายกมือไหว้ผมพร้อมฝากคำขอบคุณไปยังโยมพี่จันว่าขอบคุณจริง ๆ ที่ช่วยเป็นสะพานบุญทำให้เขาได้มาบวชในครั้งนี้อีกด้วย

จริง ๆ ตลอดระยะเวลา 9 วัน ที่ผมได้อยู่ในผ้าเหลือง มีเรื่องราวประทับใจ เรื่องราวที่น่าปิติยินดีต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ถ้าให้ผมเล่าทั้งหมดก็คงจะยาวกว่านี้มาก ๆ ผมเลยขอสรุปคร่าว ๆ แบบกระชับที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สุดท้ายนี้ตัวผมเองก็ต้องขอขอบคุณพี่จันผู้ที่เป็นทั้งเจ้านาย หัวหน้า พี่ แม่ หรือผู้ที่เป็นทุก ๆ อย่างของทีมงานอีจันทุกคน ที่อุทิศตนเพื่อพุทธศาสนา และช่วยเหลือสังคมเสมอมา พร้อมกับจัดโครงการดี ๆ เช่นนี้






























