จดหมายจาก “สมเด็จพระพันปีหลวง” เปลี่ยนชีวิต น้องหมิว บัญฑิตจิ๋ว

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

28 ตุลาคม 2568

จดหมายจาก “สมเด็จพระพันปีหลวง” เปลี่ยนชีวิต น้องหมิว บัญฑิตจิ๋ว

เรื่องราวของ น้องหมิว บัญฑิตจิ๋วพิการร่างกาย
ครั้งหนึ่งเคยได้รับพระเมตตาจากสมเด็จพระพันปีหลวง
เป็นทุนการศึกษา จนเรียนจบปริญญาตรี

น้องหมิว โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Vitamilk Waraporn Soisean ว่า
ย้อนกลับไปในวัยเด็ก เธอเติบโตมากับพ่อแม่ที่ทำงานก่อสร้าง ครอบครัวอยู่ในความลำบาก แต่เธอกลับมีหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ เธอฝันอยากเรียนต่อสูงๆ เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระของใคร แม้จะถูกคนรอบข้างบอกว่า “เพ้อฝัน” เพราะไม่มีทางเป็นไปได้

แต่ด้วยความศรัทธาในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เด็กหญิงร่างจิ๋วได้ตัดสินใจเขียนจดหมายกราบบังคมทูลถึงพระองค์ท่าน ด้วยหัวใจที่ไม่รู้เลยว่าจะมีใครได้อ่านไหม

ไม่นานหลังจากนั้น จดหมายตอบกลับจาก สำนักราชเลขาธิการในพระองค์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ได้เปลี่ยนชีวิตของเธอทั้งชีวิต พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสให้เธอระบุได้เลยว่า “อยากเรียนที่ไหน เรียนอะไร และเรียนกี่ปี” พร้อมทั้งพระราชทานทุนการศึกษาให้เต็มจำนวน

“วันนั้นเป็นวันที่เรารู้ว่าพระองค์ทรงเห็นเราแล้วจริงๆ… พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใครหรือมีข้อจำกัดอย่างไร”

จากวันนั้น น้องหมิวตั้งใจเรียนด้วยหัวใจแห่งความกตัญญู
เธอส่งรายงานผลการเรียนไปยังสำนักพระราชวังทุกภาคเรียน
และทุกครั้งก็จะได้รับจดหมายตอบกลับที่เปี่ยมด้วยพระเมตตาและกำลังใจ
“พระองค์รับสั่งผ่านจดหมายว่า ให้ตั้งใจเรียนเท่าที่ทำได้ ไม่ต้องกดดันตัวเอง หากมีปัญหาให้แจ้งได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ”

คำพระราชดำรัสนั้น กลายเป็นพลังให้เธอลุกขึ้นสู้ในวันที่ล้ม และตั้งใจเรียนจนกระทั่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้วยเกียรตินิยมอันดับสอง
เธอบอกว่า “ปริญญานี้คือของขวัญถวายแด่พระองค์ท่าน”

จนกระทั่งเธอเรียนปี 2 ข่าวการเสด็จสวรรคตของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 มาถึง เธอร้องไห้ทุกวันด้วยความโศกเศร้า เพราะฝันไว้ว่าจะถวายเกียรตินิยมแด่พระองค์ท่าน แต่เมื่อมองดูประชาชนทั้งแผ่นดินที่ยังมี “หัวใจของพ่อ” อยู่ในใจ เธอจึงฮึดขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกำลังใจจาก “แม่หลวง” ที่ยังคงอยู่

ในวันรับพระราชทานปริญญาบัตร เธอได้รับพระราชทานจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ซึ่งทรงมีพระราชดำรัสอย่างอ่อนโยนว่า
“ให้เดินเข้าไปรับได้เลย ไม่ต้องกังวล และยิ้มให้พระองค์ได้ด้วย”

รอยยิ้มในวันนั้นจึงไม่ใช่เพียงความปลื้มปีติของบัณฑิตคนหนึ่ง แต่เพราะเธอได้เดินเข้าไปด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความกตัญญูและศรัทธาในพระเมตตาของพระองค์ท่าน

หลังเรียนจบ น้องหมิวได้ทำงานที่ธนาคาร อาชีพมั่นคงที่เธอไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้ทำ แต่ทุกสิ่งเกิดขึ้นได้เพราะพระเมตตา เธอกล่าวอย่างซาบซึ้งว่า
“ถ้าไม่มีพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ก็คงไม่มีบัณฑิตจิ๋วในวันนี้”

และข่าวที่ไม่ทันได้ตั้งตัวได้เกิดขึ้นวันที่ทราบข่าวจากทุกสำนัก “พระพันปีหลวงสวรรคต” เธอหันไปดูหน้าซองจดหมายเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ความรู้สึกต่างจากทุกครั้งมากๆ “กองราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ” ซึ่งเป็นพระนามของ แม่ ผู้ที่เปี่ยมด้วยพระเมตตา

วันนี้ น้องหมิวใช้ชีวิตด้วยความกตัญญูและตั้งใจแบ่งปันแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น เพื่อสืบสานสิ่งดีงามที่ได้รับจากพระองค์
“เมื่อเราทำดีและไม่ยอมแพ้ ความดีนั้นจะพาเราไปถึงแสงแห่งความหวังเสมอ”

ด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความจงรักภักดี เธอขอถวายความสำเร็จในชีวิตทั้งหมด ทั้งความรู้ ความเพียร และความตั้งใจเรียน แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นแรงบันดาลใจและความหวังของปวงชนชาวไทย
“กราบแทบพระยุคลบาท น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้”