อุทาหรณ์คุณแม่คิดว่าลูกเป็นหวัด ที่แท้แบตฯ นาฬิกาติดจมูก!
migrator
11 มกราคม 2564

เก็บของให้พ้นมือเด็ก คำนี้แม่ๆและผู้ปกครองยังจำได้ขึ้นใจ แต่ระวังแค่ไหน ก็ยังเล็ดรอด อย่างเช่นเคสนี้
วานนี้ 27 ส.ค.2563 นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล ได้โพสต์อุทาหรณ์เตือนใจผู้ปกครองลงเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังมีเด็ก 3 ขวบเข้ามารักษาหลังเอาแบตเตอรี่นาฬิกาใช้แล้วใส่จมูก แล้วเกิดติดอยู่ข้างใน จนทำให้ต้อง

โดยคุณหมอเล่าว่า คุณแม่ท่านหนึ่งพบว่าลูกสาววัย 3 ขวบหายใจติดขัด นอนกรน มีน้ำมูกไหลคล้ายหนอง มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ ไม่ค่อยร่าเริง งอแง เอามือขยี้จมูกบ่อยๆคิดว่าเป็นหวัด จึงพามาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลสิชล
ส่งพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก การตรวจเด็กค่อนข้างลำบากไม่ค่อยให้ความร่วมมือ แต่จากประสบการณ์จึงทราบได้ทันทีว่าน่าจะมีสิ่งแปลกปลอมในรูจมูก จึงส่งเอกซเรย์ส่วนศีรษะก่อนเป็นลำดับแรก พบว่ามีชิ้นส่วนโลหะอยู่ในรูจมูกด้านซ้าย



ต่อมาจึงให้ผู้ป่วยงดน้ำและอาหาร ให้น้ำเกลือทางเส้นเลือด เตรียมเข้าห้องผ่าตัดใหญ่ ต้องใส่ท่อช่วยหายใจดมยาสลบ เมื่อใช้เครื่องมือส่องกล้องกำลังขยายสูงไปในรูจมูกด้านซ้าย
คุณหมออธิบายอีกว่าตามภาพที่ 1 หลังจากดูดหนองออกจนหมด จะพบว่ารูจมูกอุดตัน ไม่เห็นก้อนสิ่งแปลกปลอมใดๆ เพราะมีเนื้อเยื่อมาหุ้มปิดจนมิด ต้องใช้คีมแหวกผ่าตัดเปิดออก ตามภาพที่ 2 เมื่อผ่าตัดเอาก้อนแบตเตอรี่ออกมาแล้ว จะเห็นว่าเนื้อเยื่อจมูกเป็นสีดำคล้ำ เนื้อเยื่อจมูกเน่าตายรอบๆตัวแบตเตอรี่ เพราะปล่อยสารเคมีออกมากัดกร่อนเนื้อเยื่อ แพทย์จึงต้องผ่าตัดเอาเนื้อเน่าออกจนหมด โชคยังดีที่ไม่ทะลุไปถึงโพรงอากาศข้างจมูก จนทำให้ไซนัสอักเสบติดเชื้อตามมาได้



หลังผ่าตัดให้ยาฆ่าเชื้อเข้าทางเส้นเลือดอีก 5 วัน จึงสามารถเปลี่ยนเป็นยากินต่อไปได้ จนหายเป็นปกติถ้าหลุดลงไปในหลอดลม ในคอ หรือหลอดอาหาร ยิ่งเสี่ยงต่อชีวิตและอันตรายมากๆ คาดว่าน่าจะติดค้างมาไม่น้อยกว่า7 วัน
คุณหมอจึงอยากเตือนเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ปกครอง ศูนย์เด็กเล็ก ที่ดูแลเด็กวัยนี้ ให้ระมัดระวังให้มาก สิ่งของชิ้นเล็กๆ เด็กอาจจะเอาเข้าปาก จมูก ได้โดยง่าย
จันเห็นแล้วยกมือทาบอกเลย ละสายตาจากเขาไม่ได้จริงๆสักวินาทีเดียว