หมอธีระ แนะรัฐบาลหยุด Travel Bubble ชี้จะเป็นการก้าวย่างสู่หายนะ
migrator
11 มกราคม 2564

วันนี้ (25 ส.ค. 63) รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุถึงกรณีที่มีผู้ป่วยโควิด-19 เคสใหม่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องว่า

ภาพจากอีจัน
สถานการณ์ล่าสุดทั่วโลก 25 สิงหาคม 2563 ติดเพิ่มอีก 202,712 คน รวม 23,758,573 คน ตายไปแล้ว 815,339 คน อเมริกา ติดเพิ่ม 40,203 คน รวมแล้ว 5,910,877 คน คาดว่าจะทะลุ 6 ล้านคนในวันที่ 27 สิงหาคม บราซิล ติดเพิ่ม 17,078 คน รวม 3,622,861 คน อินเดีย ติดเพิ่ม 59,696 คน รวม 3,164,881 คน รัสเซีย ติดเพิ่ม 4,744 คน รวม 961,493 คน แอฟริกาใต้ เปรู เม็กซิโก ติดกันเพิ่มราวพันหกถึงหกพัน สเปน ฝรั่งเศส เยอรมัน อิหร่าน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ล้วนติดกันหลักพันถึงหลายพัน หลายประเทศในยุโรป รวมถึงแคนาดา ปากีสถาน เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย ติดกันหลักร้อย จีน และสิงคโปร์ ติดกันหลักสิบ ฮ่องกง เวียดนาม มาเลเซีย และนิวซีแลนด์ต่ำกว่าสิบ ประเทศต่างๆ ที่เจอระบาดซ้ำ ใช้เวลายาวนานมากในการต่อสู้ เคสใหม่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด มีรายงานจากมหาวิทยาลัยฮ่องกง พบว่ามีชายอายุ 33 ปี ที่เคยติดเชื้อไวรัสโรค COVID-19 มาก่อนตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยมีอาการเล็กน้อย และได้รับการดูแลรักษาจนหายดีแล้ว ตรวจไม่พบเชื้อแล้ว และตรวจไม่พบว่ามีภูมิคุ้มกันหลังหายจากการติดเชื้อ จากนั้นได้เดินทางไปสหราชอาณาจักรและสเปน กลับมาฮ่องกงเดือนสิงหาคม ตรวจพบว่าติดเชื้อ COVID-19 อีกครั้ง โดยผู้ป่วยไม่มีอาการ เคสนี้ถือเป็นเคสแรกที่พิสูจน์ให้เห็นชัดว่าเป็นการติดเชื้อไวรัสครั้งที่ 2 (Reinfection) เนื่องจากนักวิจัยได้ไปตรวจชนิดของไวรัสแล้วพบว่าเป็นสายพันธุ์ที่ต่างไปจากครั้งแรก โดยการติดเชื้อครั้งที่ 2 นี้เป็นสายพันธุ์ที่กำลังระบาดในยุโรป งานวิจัยชิ้นนี้กำลังส่งไปตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ Clinical Infectious Diseases ทั้งนี้สิ่งที่ค้นพบเป็นความรู้สำคัญ ที่เตือนให้เราทุกคนต้องระวัง ป้องกันตนเองอยู่เสมอ และอาจลบล้างความเชื่อของบางคนที่คิดจะปล่อยให้คนในประเทศติดเชื้อเพื่อหวังภูมิคุ้มกันหมู่ ซึ่งอาจไม่สามารถเกิดขึ้นจริง หรือเกิดขึ้นแต่ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อซ้ำจากสายพันธุ์ที่ต่างกันไป อย่างไรก็ตาม ยังต้องมีการศึกษาเชิงลึกต่อไปด้วยว่า ภูมิคุ้มกันจากสายพันธุ์ที่ต่างกันนั้นมีโอกาสที่จะมี cross reactivity ได้มากน้อยเพียงใด และเกิดผลทางคลินิกหรือไม่ ไวรัสโรค COVID-19 มีการเปลี่ยนแปลงตัวเองตามธรรมชาติ และแตกเทือกเถาเหล่ากอไปได้เรื่อยๆ เหมือนกับไวรัสโรคอื่นๆ แม้ความรู้ปัจจุบัน เราคิดว่า กระบวนการพัฒนาวัคซีนที่เรากำลังทำกันอยู่นั้นไม่น่าจะได้รับผลกระทบใดๆ จากการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ของไวรัสในขณะนี้ แต่ก็คงต้องมีการติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด ดีที่สุดตอนนี้คือ เราทุกคนควรทราบว่า ยังไม่มียาและวัคซีนที่จะใช้ต่อกรกับไวรัสนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งที่จะสู้กับมันได้ดีที่สุดคือ "การป้องกันตนเองและสมาชิกในครอบครัว" #ใส่หน้ากากเสมอ #ล้างมือบ่อยๆ #อยู่ห่างคนอื่นหนึ่งเมตร #พูดน้อยลงพบปะคนน้อยลงสั้นลง #เลี่ยงที่แออัดที่ชุมนุมที่อโคจร #คอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว #หากไม่สบายให้หยุดเรียนหยุดงานและรีบไปตรวจ สำคัญที่สุดคือ รัฐควรลดละเลิกนโยบายที่ทำให้เกิดความเสี่ยงในการนำเชื้อจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศครับ รณรงค์ยุตินโยบายฟองสบู่ท่องเที่ยว เพราะจะเป็นก้าวย่างสู่หายนะ ประเทศไทยต้องทำได้ด้วยรักต่อทุกคน 
ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน