สสส. เดินหน้า รณรงค์ “หยุดผีบุหรี่ไฟฟ้า” เตือนภัย 4 บุหรี่หน้าใหม่ ล่อเยาวชน !

แมงปอ อีจัน

แมงปอ อีจัน

31 ตุลาคม 2568

สสส. เดินหน้า รณรงค์ “หยุดผีบุหรี่ไฟฟ้า” เตือนภัย 4 บุหรี่หน้าใหม่ ล่อเยาวชน !

สสส. เตือนภัย 4 บุหรี่ไฟฟ้าชนิดใหม่ ล่อเยาวชน ทำสถิติการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของคนไทยพุ่งกว่า 11 เท่า ด้านเครือข่ายเยาวชนปลุกพลังคนรุ่นใหม่รู้ทันพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้า ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์จับผีบุหรี่ไฟฟ้าใส่หม้อดิน รับฮาโลวีน

วันนี้ (31 ต.ค. 2568) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง สำนักป้องกันและบำบัดการติดยาเสพติด สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร มูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว จัดกิจกรรม Active Youth “Halloween City หยุดผีบุหรี่ไฟฟ้า” เพื่อปลุกพลังคนรุ่นใหม่ รู้เท่าทันกลโกงของอุตสาหกรรมบุหรี่ไฟฟ้าที่บุกตลาดเด็กเต็มรูปแบบ

โดยก่อนเริ่มกิจกรรม ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนได้ร่วมยืน สงบนิ่ง น้อมถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ เป็นกิจกรรมที่จะร่วมรณรงค์ให้ความรู้เยาวชน และแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการต่อต้านการใช้บุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน ซึ่งกำลังระบาดหนักและอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของเด็กและเยาวชนในอนาคต

นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. เปิดเผยข้อมูลว่า ในปี 2567 คนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมากถึง 11.44 เท่า จากสถิติในปี2564 ที่มีผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าเพียง 78,742 คน ผ่านไป 4 ปี พบว่ามีผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มเป็น 900,459 คน โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 15–24 ปี ที่มีผู้สูบกว่า 2.5 แสนคน ซึ่งขณะนี้บุหรี่ไฟฟ้า ได้มีการผลิตออกมาในรูปแบบใหม่ที่อันตราย แม้จะแฝงในรูปลักษณ์น่ารักและดู “ไม่เหมือนบุหรี่” แต่ผลกระทบจากการสูบเหล่านี้ ยังอันตราย

โดยบุหรี่ไฟฟ้าหน้าใหม่ ที่กำลังระบาดหนักในเด็กและเยาวชน ได้แก่

1.ทอยพอด  บุหรี่ไฟฟ้าหน้าตาคล้ายของเล่น หรือตุ๊กตา

2.พอดจมูก สูบผ่านจมูกคล้ายยาดม

3.นิโคตินพาวช์ ถุงซองนิโคตินใช้เหน็บระหว่างเหงือกกับริมฝีปาก

4.พอดเค บุหรี่ไฟฟ้าที่ถูกดัดแปลงใส่น้ำยาผสมเคตามีนหรือยาสลบ ทำให้เมา เคลิ้ม มีผลกระทบต่อสุขภาพรุนแรง เช่น ประสาทหลอน นำไปสู่โรคจิตเภท ทำให้กล้ามเนื้อขาดออกซิเจน อาจหมดสติ และเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ สารนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตราย ส่งผลต่อพัฒนาการสมอง เพิ่มความเสี่ยงโรคปอดอักเสบรุนแรง และภาวะซึมเศร้า

นางสาวรุ่งอรุณ กล่าวอีกว่า “สถานการณ์ตอนนี้เข้าขั้นวิกฤติ ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันสร้างการรับรู้ให้เยาวชนรู้เท่าทัน และปฏิเสธสิ่งยั่วยุได้อย่างมั่นใจ” พร้อมย้ำว่า สสส. ได้ร่วมมือกับเครือข่ายทั่วประเทศ ใช้เทศกาลฮาโลวีนเป็นเวทีสร้างสรรค์ ส่งต่อพลังเยาวชนในการป้องกันบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน เพื่อสังคมไทยปลอดควันอย่างยั่งยืน

ด้าน พญ.ดลจรัส ทิพย์มโนสิงห์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบำบัดยาเสพติด กรุงเทพมหานคร เผยว่า เด็กส่วนใหญ่เริ่มใช้บุหรี่ไฟฟ้าจาก “คนใกล้ตัว” และในบางพื้นที่พบว่าเด็กผู้หญิงใช้มากกว่าเด็กผู้ชาย ภายในงานยังมีกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “จับผีบุหรี่ไฟฟ้าใส่หม้อดิน” เพื่อสื่อถึงการปิดกั้นการเข้าถึงของเยาวชน และเวทีเสวนาร่วมกับครูจากโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก ที่เล่าประสบการณ์ตรงว่า “เด็กมัธยมต้นเจอบุหรี่ไฟฟ้ามากกว่ามัธยมปลาย” โดยโรงเรียนเลือกให้ความรู้และแนะแนวเลิกสูบมากกว่าการลงโทษ

นายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค 3 (สคบ.) กล่าวเสริมว่า บุหรี่ไฟฟ้ายังเป็นสินค้าผิดกฎหมายที่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพ ทั้งคนสูบและคนรอบข้าง ปัจจุบันมีการจับกุมคดีเกี่ยวข้องมากกว่า 200 คดี รวมของกลางมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท โดยพบว่ามีการขายผ่านออนไลน์มากขึ้น ทำให้ตรวจสอบยากขึ้น

“ทุกวันนี้เราต้องต่อสู้กับข้อมูลเท็จที่อ้างว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่า หรือช่วยคลายเครียด แต่จริง ๆ แล้วมันหลอกคนยิ่งกว่าผี ผีหลอกเรายังอยู่ต่อได้ แต่ถ้าหลงสูบ มีแต่ทำลายสุขภาพ” นายเลิศศักดิ์กล่าว

ในงานยังมีผู้เลิกบุหรี่ไฟฟ้าได้สำเร็จมาแชร์ประสบการณ์จริง ว่าเริ่มสูบตั้งแต่อายุ 15 ปี เพราะอยากลองของใหม่ แต่สุดท้ายต้องเผชิญอาการเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก จนตัดสินใจเลิกอย่างเด็ดขาด “วันนี้เลิกได้หนึ่งปีแล้ว สุขภาพดีขึ้น และดีใจที่คนรอบข้างไม่ต้องสูดควันพิษอีกต่อไป”

ปิดท้ายด้วยศิลปินสาว “วันเดอร์เฟรม ศุภัคชญา สุขใบเย็น” ที่ขึ้นเวทีให้กำลังใจเยาวชน เธอกล่าวว่า

 “อย่าให้ของพวกนี้มาหลอกเราว่ามันเท่ ความเท่จริง ๆ คือการควบคุมตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่งควันอะไรทั้งนั้น ถ้าอยากดูมีพลัง ใช้ความฝันของเราให้เต็มที่ มันเท่กว่าการพ่นควันเยอะเลย”

ใครเจอบุหรี่ไฟฟ้า อย่าคิดว่าหน้าตาน่ารักแล้วไม่อันตราย เชิญชวนเยาวชนไทย หยุดผีบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ใช้ ไม่ยุ่ง ไม่เสพ