ระวัง! 5 กลโกง “โจรออนไลน์” หลอกคนมามากกว่า 25,000 คดี
พอลลี่ อีจัน
15 เมษายน 2568

เตือนภัย! กลลวงมิจฉาชีพ ที่ทำคนหลงเชื่อได้ง่าย
ถึงแม้ว่าประเพณีสงกรานต์จะผ่านไปแล้วนะคะ แต่ก็ใช่ว่ากลโกงหรือกลหลอกของมิจฉาชีพจะหายไปจากประเทศไทย
วันนี้ (15 เม.ย.68) เว็บไซต์ รัฐบาลไทย ได้ออกมาประกาศเตือนประชาชนเกี่ยวกับ 5 กลโกง “โจรออนไลน์” ช่วงสงกรานต์ พร้อมเปิดสถิติ 7 คดีออนไลน์ ปชช.ถูกหลอกมากที่สุด โดยระบุข้อความว่า…

“รัฐบาลเตือนภัย 5 กลโกง “โจรออนไลน์” ช่วงสงกรานต์ พร้อมเปิดสถิติ 7 คดีออนไลน์ ปชช.ถูกหลอกลวงมากที่สุด ย้ำ อย่าให้โจรหลอก
วันนี้ (15 เมษายน 2568) นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน พบว่ามิจฉาชีพได้พัฒนาการก่อเหตุโดยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงไปอย่างต่อเนื่อง ดังนี้
1.แอบอ้างเป็นขนส่ง ธนาคาร หรือหน่วยงานราชการ
มิจฉาชีพจะส่ง SMS หรือข้อความผ่านแอปพลิเคชัน เช่น LINE, Facebook โดยอ้างว่า พัสดุตกค้าง, บัญชีผิดปกติ, หรือ มีเงินเข้า พร้อมแนบลิงก์หลอกลวงให้ผู้ที่หลงเชื่อกดลิงก์ เพื่อติดตั้งแพลตฟอร์มดึงข้อมูลส่วนตัว และเงินในบัญชีธนาคาร
2. หลอกจองที่พัก
เชื่อว่าอันนี้เป็นวิวัฒนาการในการหลอกคน และเป็นอีก 1 กลที่ใช้หลอกคนได้ดีเพราะมีคนหลงเชื่อเป็นจำนวนมากอาจเพราะตรวจสอบได้ยากว่าอันไหนเป็นห้องพักของจริงและอันไหนที่เป็นมิจฉาชีพสร้างมาเพื่อหลอกลวงประชาชน
3. การแฮ็กบัญชี Facebook หรือ LINE เพื่อหลอกยืมเงิน
มิจฉาชีพจะใช้วิธีการแฮ็กบัญชีของเพื่อนหรือญาติ แล้วทักแชทขอยืมเงินหรือหลอกขอความช่วยเหลือด่วน เช่น รถเสีย เข้าโรงพยาบาล และอีกมากมาย
4. แชร์ลิงก์ปลอมหลอกให้กรอกข้อมูล
ลิงก์ที่ใช้ชื่อคล้ายกับหน่วยงาน เช่น แจกเงินช่วยสงกรานต์, รับของขวัญปีใหม่ไทย เมื่อหลงเชื่อกดลิงก์ อาจนำไปสู่เว็บไซต์ปลอมเพื่อขโมยข้อมูลส่วนบุคคล
5. หลอกขายสินค้าออนไลน์ช่วงสงกรานต์
มิจฉาชีพจะใช้วิธีการสร้างเพจปลอมเพื่อขายสินค้าที่ดึงดูดความสนใจ และเข้ากับช่วงเทศกาล เช่น ปืนฉีดน้ำ เสื้อผ้าตามเทศกาล ของแต่งบ้านช่วงวันหยุดยาว ฯลฯ โดยเสนอโปรโมชั่นที่น่าสนใจ ราคาถูก มีจำนวนจำกัด เพื่อหลอกลวงให้ผู้ที่สนใจเร่งโอนเงินด่วน
ขณะที่สถิติช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา พบว่า มีการแจ้งความคดีออนไลน์ จำนวนกว่า 25,000 คดี โดย 7 อันดับสูงสุด ได้แก่
-คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ (ไม่เป็นขบวนการ) จำนวน 13,643 คดี
-คดีหลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัลหรือวัตถุประสงค์อื่น จำนวน 2,660 คดี
-คดีหลอกให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ จำนวน 2,524 คดี
-คดีหลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ จำนวน 1,442 คดี
-คดีหลอกให้กู้เงิน จำนวน 1,413 คดี
-คดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จำนวน 1,251 คดี
-คดีหลอกลวงเป็นบุคคลอื่นเพื่อยืมเงิน จำนวน 1,046 คดี
ทั้งนี้จึงได้ขอย้ำเตือนประชาชน ยึดหลัก 4 ไม่ คือ ไม่กดลิงก์ ไม่เชื่อ ไม่รีบ และ ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ ทั้งนี้ หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี ผ่านศูนย์ AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” นายอนุกูล กล่าว
‘อีจัน’ก็ขอย้ำเตือนให้ทุกๆคนระวังเรื่องนี้กันด้วยนะคะ เพราะเดี๋ยวนี้มาทุกรูปแบบมากจริงๆ ระวังก็ยากมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามอยากให้ชั่งใจทุกครั้งนะคะ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าของมิจฉาชีพค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์ รัฐบาลไทย