คอกาแฟ ระวัง! ดื่มตอนท้องว่าง เสี่ยงปัญหาสุขภาพหลายด้าน
พอลลี่ อีจัน
30 พฤษภาคม 2568

ปรับเถอะค่ะ เดี๋ยวสุขภาพพังเอา!
เมื่อวันที่ 29 พ.ค.68 ที่ผ่านมา รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “หมอหมู วีระศักดิ์” อธิบายพร้อมเตือน สายคอกาแฟที่ชอบดื่มช่วงท้องว่าง มันมีผลอันตรายมากแบบที่เราอาจไม่รู้ตัวมาก่อน โดยระบุว่า…

“คอกาแฟดื่มตอนท้องว่าง เสี่ยงปัญหาสุขภาพจริงหรือไม่? การดื่มกาแฟขณะท้องว่างเป็นเรื่องที่หลายคนทำเป็นประจำ แต่เข้าใจผิดเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพที่ควรได้รับการชี้แจงจากงานวิจัยและผู้เชี่ยวชาญ
ดื่มกาแฟขณะท้องว่าง: ปลอดภัยหรือไม่? โดยทั่วไป การดื่มกาแฟขณะท้องว่างไม่เป็นอันตรายต่อคนส่วนใหญ่ และไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนว่าจะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น แผลในกระเพาะอาหารหรือกรดไหลย้อน อย่างไรก็ตาม บางคนอาจมีอาการไม่สบายท้องหรือรู้สึกกระวนกระวายหลังดื่มกาแฟขณะท้องว่าง ซึ่งขึ้นอยู่กับความไวต่อคาเฟอีนและกรดในกาแฟ


ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
1. กรดไหลย้อนและแสบร้อนกลางอก แม้ว่าการดื่มกาแฟขณะท้องว่างจะไม่ก่อให้เกิดกรดไหลย้อนในทุกคน แต่คนที่เป็นโรคกรดไหลย้อน (GERD) หรือมีความไวต่อกรดในกระเพาะอาหาร การดื่มกาแฟอาจกระตุ้นอาการเหล่านี้ได้
2. รู้สึกกระวนกระวายหรือวิตกกังวล คาเฟอีนสามารถกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้บางคนรู้สึกกระวนกระวายหรือวิตกกังวล โดยเฉพาะเมื่อดื่มขณะท้องว่าง ซึ่งอาจทำให้คาเฟอีนถูกดูดซึมเร็วขึ้นและส่งผลมากขึ้น
3. การกระตุ้นระบบขับถ่าย กาแฟสามารถกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ ทำให้บางคนรู้สึกอยากถ่ายท้องหลังดื่มกาแฟไปไม่นาน ซึ่งเป็นผลจากกรดในกาแฟที่กระตุ้นหลั่งฮอร์โมนในการย่อยอาหาร
คำแนะนำสำหรับคนที่ดื่มกาแฟช่วงท้องว่าง
1. ฟังสัญญาณจากร่างกาย หากรู้สึกไม่สบายท้องหรือมีอาการแปลกๆหลังดื่มกาแฟขณะท้องว่าง ควรเปลี่ยนไปดื่มกาแฟหลังรับประทานอาหาร หรือเลือกกาแฟที่มีความเป็นกรดต่ำ เช่น กาแฟคั่วเข้มหรือกาแฟสกัดเย็น
2. จำกัดปริมาณคาเฟอีน สำหรับผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี ควรจำกัดการบริโภคคาเฟอีนไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน (ประมาณ 3-4 ถ้วยกาแฟ) เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงจากคาเฟอีนเกินขนาด
3. พิจารณาเติมนมหรือครีม การเติมนมหรือครีมในกาแฟสามารถช่วยลดความเป็นกรดและลดผลกระทบต่อกระเพาะอาหารได้
โดยสรุป การดื่มกาแฟขณะท้องว่างไม่เป็นอันตรายต่อคนส่วนใหญ่ แต่ควรสังเกตอาการและเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มกาแฟให้เหมาะสมกับร่างกายของตนเองค่ะ
ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก หมอหมู วีระศักดิ์ https://www.facebook.com/share/p/16iosanL7H/