เปิดหนังสือตอบกลับของ “กฤษฎีกา” คดีตากใบ ชี้ ต่ออายุความไม่ได้

Phetchan

Phetchan

25 ตุลาคม 2567

เปิดหนังสือตอบกลับของ “กฤษฎีกา” คดีตากใบ ชี้ ต่ออายุความไม่ได้

เป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจ วันนี้ (25 ต.ค.67) คดีตากใบจะหมดอายุความ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้น 20 ปี

โดยเมื่อวานนี้ 24 ต.ค.67 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้แถลงเกี่ยวกับคดีตากใบที่จะหมดอายุความ 25 ต.ค. 67 ว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้นประมาณ 20 ปีที่แล้ว รู้สึกเสียใจกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งรัฐบาลก็ได้แสดงความเสียใจ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร, พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ หรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยได้ชดเชยเยียวยาไปแล้ว ตนในฐานะนายกรัฐมนตรี ก็รู้สึกเสียใจและขอโทษในนามรัฐบาล รวมถึงนายกฯ ท่านอื่น ๆ ก็รู้สึกเสียใจเช่นเดียวกัน 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

โดยหนังสือตอบกลับรัฐบาล ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรณีต่ออายุความคดีตากใบ ชี้ ทำไม่ได้ เหตุ ไม่เข้าเกณฑ์ และเงื่อนไข ตามมาตรา 172 และ 174 และอาจเป็นการเลือกปฏิบัติ ขัดรัฐธรรมนูญ และหลักกฎหมายอาญาสากล

หนังสือตอบกลับของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องขอหารือประเด็นการออกพระราชกำหนดเพื่อต่ออายุความในคดีสลายการชุมนุมหน้าสถานีตำรวจภูธรตากใบ จังหวัดนราธิวาส มีรายละเอียดดังนี้

ตามหนังสือที่อ้างถึง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ขอหารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า การออกพระราชกำหนดเพื่อต่ออายุความในกรณีดังกล่าวนั้น สามารถกระทำได้ตามรัฐธธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยหรือไม่ ความละเอียดทราบแล้ว นั้น

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขอเรียนในหลักการว่า การตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อันมีผลเป็นการจำกัดสิทธิ หรือเสรีภาพของบุคคคลนั้น โดยหลักต้องตราเป็นพระราชบัญญัติ ส่วนการตราพระราชกำหนดนั้น เป็นข้อยกเว้น และเมื่อเป็นข้อยกเว้นแล้วการดำเนินการจึงต้องยึดตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติไว้ โดยเคร่งครัด มิฉะนั้น จะเป็นการตราพระราชกำหนดที่มิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้ตราพระราชกำหนดได้เฉพาะสองกรณีเท่านั้น โดยกรณีที่หนึ่ง เป็นไปตาม


มาตรา 172 กล่าวคือ ต้องเป็นกรณีที่คณะรัฐมนตรีเห็นว่าเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจขอประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ ส่วนกรณีที่สอง เป็นไปตามมาตรา 174 กล่าวคือ ต้องเป็นกรณีที่มีความจำเป็นต้องมีกฎหมายเกี่ยวด้วยภาษีอากร หรือเงินตราซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับเพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน นอกจากหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการตราพระราชกำหนดที่ต้องปรากฎโดยชัดแจ้งตามที่กล่าวมาแล้ว พระราชกำหนดที่จะตราขึ้น ย่อมต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป ไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่ง หรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง ตามนัยมาตรา 26 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วย

กรณีที่หารือว่าการตราพระราชกำหนดเพื่อต่ออายุความในกรณีดังกล่าวสามารถกระทำได้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยหรือไม่ เมื่อพิจารณาจากหลักการตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยข้างต้นแล้ว สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เห็นว่า กรณีไม่เข้าหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการตราพระราชกำหนดตามมาตรา 172 และมาตรา 174 ส่วนเนื้อหาที่เป็นการต่ออายุความเฉพาะคดี อันเป็นการตรากฎหมายขึ้นเพื่อให้บังคับใช้แก่คดีดังกล่าวเป็นการเฉพาะ ไม่ได้มุ่งหมายที่จะขยายอายุความในคดีลักษณะเดียวกันเป็นการทั่วไป จึงไม่สอดคล้องกับมาตรา 26 วรรคสอง ด้วยเหตุผลดังกล่าวมาแล้ว ทั้งยังอาจเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลตามมาตรา 27 วรรคสามของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และหลักกฎหมายอาญาสากลด้วย