พ่อแม่ใจสลาย พลทหารเข้าฝึกไม่ถึงเดือน ป่วยยังต้องฝึก สุดท้าย เสียชีวิต เกิดอะไรขึ้นกับเขา?
แมงปอ อีจัน
25 กุมภาพันธ์ 2569

พ่อแม่ใจสลาย พลทหารพฤษภา เข้าฝึกทหารไม่ถึงเดือน พบมีอาการป่วยแต่ยังต้องฝืนฝึก สุดท้ายอาการลุกลาม สมองตาย เสียชีวิต แม่ยังคาใจ กระบวนการรักษาไม่ดีพอ?
วันนี้ (25 ก.พ. 69) อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน “น้ำ นิชนันท์ วังคะฮาต” เปิดเผยเรื่องราวที่ครอบครัวของพลทหารมาร้องทุกข์ขอความยุติธรรมให้ลูกชาย หลังเข้าฝึกทหารได้ไม่ถึงเดือน กลับป่วยปริศนา รักษาไม่ทันท่วงที จนสุดท้ายเสียชีวิตในวัยเพียง 21 ปี
โดย พลทหารพฤษภา วิมุตติธรรมชัย หรือพลทหารไดมอนด์ ภูมิลำเนาเดิมเป็นคนจังหวัดอุบลราชธานี และได้รับการเกณฑ์ทหาร สังกัดกองพันทหารอากาศโยธิน กองทัพอากาศ เข้ารับการฝึกทหารที่ดอนเมือง กรุงเทพฯ ผลัด 1/2568

น้ำ นิชนันท์ โพสต์ข้อมูลว่า 1 พ.ค. 2568 มาเข้ารับการฝึกทหารเกณฑ์ ที่ กองทัพอากาศ กองพันทหารอากาศโยธิน1 ดอนเมือง กรุงเทพฯ ทางหน่วยให้ใช้โทรศัพท์ สัปดาห์ละ 1 ครั้งๆละ 30 นาที หลังจากฝึกได้ครบ 1 เดือน มีการเปิดให้ผู้ปกครองมาเยี่ยม ครั้งแรกที่แม่เห็นน้องไดมอนด์ แม่ตกใจน้องเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จากคนร่าเริงคุยเก่ง กลายเป็นคนไม่ค่อยพูด และน้องเข้ากอดแม่น้องบอกรักแม่มาก ปกติน้องเป็นลูกชายที่ไม่เคยแสดงความรักหรือกอดแม่ แต่ครั้งนี้น้องบอกแม่ว่าฝึกหนัก จะตายที่นี่หรือเปล่าก็ไม่รู้ พอแม่ถามว่าเป็นอย่างไร น้องก็ไม่บอก
ปกติทางหน่วยให้เยี่ยมได้ 1 วัน แม่เยี่ยมเสร็จเลยไปเยี่ยมญาติที่ จ.อุทัยธานี จากนั้นน้องได้โทรตามบอกว่า แม่มาเยี่ยมพรุ่งนี้อีกได้ไหม? แม่ถามกลับไปว่า ทำไมทางค่ายอนุญาตให้เยี่ยม 2 วันหรือ เขาจึงบอกว่า ให้แม่มาเยี่ยมพรุ่งนี้ด้วยนะแม่ พอแม่มาน้องก็กอดแม่ และเล่าว่า “น้องมีอาการเดินเซ จะล้ม ทรงตัวไม่ได้ ในขณะฝึก เพื่อนๆกลับพากันหัวเราะ ทุกคนมองเขาเป็นตัวตลก ทั้งๆที่เขาไม่ไหวแล้ว และครูฝึกก็ไม่ให้พัก ให้ฝึกพร้อมเพื่อนๆต่อ ไม่ได้พักเลย คนไม่สบายไม่ให้พักจะหายได้อย่างไร สงสัยจะตายที่นี่แหละ”

ในตอนนั้น แม่ก็ได้แต่ปลอบใจ แม่ไม่ได้คุยกับทางหน่วย เพราะเกรงใจเหมือนลูกเพิ่งมาฝึก แล้วแม่ก็กลับบ้านไป เรื่องราวนี้ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่สุดท้ายคนเป็นแม่กลับต้องเสียลูกชายไป
โดยมีคำบอกเล่าจากเพื่อน ในวันงานศพน้อง บอกว่า ไดมอนด์มีน้ำหนองไหลออกมาจากหูไม่หยุด จนเพื่อนๆได้กลิ่นน้ำหนอง น้องมีอาการเดินเซ และได้ไปหาหมอในค่าย น้องเคยบอกแม่ว่าทางหมอให้ยาพารามากับยาหยอดหู แต่ไม่หาย ไปตามนัดก็ได้ยาหยอดหูกับยาพารามาเหมือนเดิม น้องเคยบอกว่า จะหายได้อย่างไรไม่ได้รักษาจริงจัง ที่โรงพยาบาลและน้องก็มีอาการป่วยต่อเนื่อง
ในวันที่อาการป่วยหนักที่สุด วันนั้นครูฝึกก็ไม่ได้ให้น้องพักที่หน่วยแพทย์ ครูฝึกให้น้องใส่ชุดฝึกมานอนแปลใต้อาคารข้างๆเพื่อนที่ฝึก ปรากฎว่า น้องตกเปล เพื่อนๆ กรูมาช่วย แต่ครูฝึกบอกว่าไม่ต้องไปยุ่ง ปล่อยเขาแล้วให้มาฝึกต่อ จนสักพักฝึกเสร็จเพื่อนมาดูน้องกลับพบว่าน้องไม่มีชีพจรแล้ว จึงได้ทำการปั๊มหัวใจน้องและนำส่งโรงพยาบาลภูมิพล

หมอแจ้งว่าน้องไม่มีชีพจรแล้ว ทางโรงพยาบาลได้ทำการกู้ชีพแต่น้องสมองตาย แต่แม่ยังพยายามขอให้หมอผ่าตัด ทั้งๆที่น้องมีโอกาสเสียชีวิต 99.99% มีโอกาสรอด 0.01% หรือถ้าฟื้นก็อาจเป็นเจ้าชายนิทรา หมอได้ผ่าตัดตามที่แม่แจ้ง แต่น้องสมองตายแล้ว ไม่ตอบสนองใดๆ หลังจากนั้นน้องนอนป่วยเป็นเจ้าชายนิทราอยู่ประมาณ 1 เดือน และจากไปในวันที่ 1 ก.ค. 68


แม่จัดงานศพน้องที่กรุงเทพฯ และด้วยความเสียใจที่คาใจกับเหตุการณ์ทั้งหมด แม่จึงติดต่อร้องทุกข์ ทำเอกสาร 69 หน้าไปตามระบบในออนไลน์ หน่วยแจ้งว่าการเสียชีวิตของน้อง มีเงินช่วยเหลือเป็นค่าทำศพ 12,000 บาท, ค่าเสียชีวิต 30,000 บาท รวมเป็น 42,000 บาท และค่าประสบภัยจากทหารด้วยกันคนละ1 บาท หลังจากนั้น มีการติดต่อมาว่าเงินค่าประสบภัยไม่ได้แล้ว เพราะเคสน้องไม่เข้าข่ายเป็นผู้ประสบภัย
น้องเสียชีวิต 1 ก.ค. 68 แม่ทำเรื่องติดตามทวงถามเงิน 42,000 บาทมาตลอด แต่เพิ่งได้รับเงินเข้าบัญชี เมื่อ 16 ม.ค. 69 ที่ผ่านมานี้
ซ้ำร้ายยังมีเรื่องที่น่าปวดใจ แม่เผยว่า ตอนน้องมาเป็นทหาร แฟนสาวตั้งครรภ์ ได้ 4 เดือน ยังไม่ทันได้เจอหน้าลูก ก็จากไปเสียก่อน พอคลอดลูกออกมาเด็กต้อง “กำพร้าพ่อ“ ปัจจุบันแม่ก็เลี้ยงดูหลานที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน
ในส่วนของพลทหารพฤษภานั้น ปกติเป็นคนเรียบร้อย พูดน้อย ไม่ค่อยแสดงออก และสุภาพ พอเรียนจบชั้น ม.3 ก็ออกมาประกอบอาชีพส่วนตัวค้าขายเปิดร้านค้ากาแฟเครื่องดื่มกับแฟนเลย พออายุครบ 21 ปี มาเกณฑ์ทหารจับได้ใบแดง มาเป็นทหารเกณฑ์กองทัพอากาศ กลับเกิดเรื่องน่าสลดใจดังกล่าว



อีจันขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวพลทหารพฤษภาด้วยนะคะ