กองทัพภาคที่ 2 บรรจุพี่สาว “ส.อ. นพพล” วีรบุรุษทหารกล้าชายแดน เข้ารับราชการทดแทน

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

2 ธันวาคม 2568

กองทัพภาคที่ 2 บรรจุพี่สาว “ส.อ. นพพล” วีรบุรุษทหารกล้าชายแดน เข้ารับราชการทดแทน

ยังคงเป็นแผลฝังลึกหัวใจคนไทยหลายคน.. กับเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทยและกัมพูชา นับตั้งแต่การฝังทุ่นระเบิดของกัมพูชา รวมถึงการใช้อาวุธหนักในการปะทะ เป็นเหตุให้กำลังพลของทั้ง 2 ฝ่าย ต้องสูญเสียชีวิตไปไม่น้อย 1 ในนั้น คือ สิบเอก นพพล บุญเลิศ พลลาดตระเวน กองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 6 ซึ่งได้เสียชีวิต จากการสละชีพเพื่อปกป้องแผ่นดินไทย เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 68 ที่ผ่านมา   

วันนี้ (2 ธ.ค. 68) กองทัพภาคที่ 2 ได้ประกาศบรรจุพี่สาวของ สิบเอก นพพล บุญเลิศ พลลาดตระเวน กองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 6 เข้ารับราชการทดแทน ซึ่งเป็น 1 ในมาตรการดูแลครอบครัวของผู้เสียสละอย่างเหมาะสม

ระบุว่า

การปฏิบัติหน้าที่ของทหารในการป้องกันประเทศเป็นภารกิจที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง ความเสียสละ เพื่อรักษาอธิปไตย ความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของประชาชน แม้ในยามที่ประเทศต้องเผชิญกับภัยคุกคามหรือสถานการณ์รบ การยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญของทหารทุกนาย คือหลักฐานของความจงรักภักดีและเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ของเหล่าทหารหาญ จากเหตุปะทะบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ในห้วงที่ผ่านมานั้น ส่งผลให้ สิบเอก นพพล บุญเลิศ พลลาดตระเวน กองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 6 ได้เสียชีวิต จากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องประเทศ  

กองทัพบกมีมาตรการให้การดูแลครอบครัวของผู้เสียสละอย่างเหมาะสม โดยหนึ่งในมาตรการที่สำคัญ คือ การบรรจุญาติของผู้เสียชีวิตเข้ารับราชการแทน เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อน สร้างความมั่นคงทางอาชีพให้ครอบครัว และเชิดชูเกียรติคุณของผู้เสียชีวิตในฐานะผู้ปกป้องแผ่นดิน ด้วยเหตุนี้กองทัพภาคที่ 2 ได้ทำการบรรจุ นางสาว สุวิมล บุญเลิศ (พี่สาว) เข้ารับราชการเป็นนายทหารประทวน สังกัด มณฑลทหารบกที่ 22 และได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 

กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2 ขอยกย่องความเสียสละของผู้พลีชีพเพื่อชาติ และเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการประคับประคองครอบครัวของผู้เสียชีวิตให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมั่นคง รวมถึงแสดงความห่วงใยของกองทัพบกที่มีต่อกำลังพล การบรรจุญาติของทหารที่เสียชีวิตจากการรบ ถือเป็นเครื่องยืนยันว่าเกียรติของผู้กล้าจะได้รับการเชิดชูต่อไปตราบนานเท่านาน 

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก กองทัพภาคที่ 2