สื่อมาเลย์แก้ข่าว “ทุ่นระเบิดเป็นของใหม่” ไม่ใช่ของเก่า
บวรวัฒน์ อีจัน
14 พฤศจิกายน 2568

ภายหลังวานนี้ (13 พ.ย. 68) สื่อมาเลเซีย Bernama เปิดเผยว่า ดาโต๊ะ เสรี โมฮัมหมัด ฮะซัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งมาเลเซีย กล่าวว่า มาเลเซีย พร้อมที่จะเจรจาระหว่างกัมพูชาและไทย เพื่อรักษาข้อตกลงหยุดยิงระหว่าง 2 ประเทศ เซ่นกรณีเหตุปะทะครั้งล่าสุด รวมถึงขอให้รักษาข้อตกลงหยุดยิงไว้ และมีการอ้างว่า “ทีมผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ในประเทศไทยและกัมพูชารายงานว่า ทุ่นระเบิดที่เกิดเหตุนั้น เป็นทุ่นระเบิดเก่า” นั้น ล่าสุดทางต้นทางมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลแล้ว

วันนี้ (14 พ.ย. 68) สื่อท้องถิ่นมาเลเซีย Bernama ได้ชี้แจงการแก้ไขเนื้อข่าวที่ถูกเผยแพร่ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ กล่าวถึงคำพูดของ ดาโต๊ะ เสรี โมฮัมหมัด ฮะซัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งมาเลเซีย เกี่ยวกับคำกล่าวที่ระบุว่า “ทีมผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ในประเทศไทยและกัมพูชารายงานว่าทุ่นระเบิดที่เกิดเหตุนั้น เป็นทุ่นระเบิดเก่า”
ยืนยันว่า เรื่องราวต้นฉบับมีข้อผิดพลาดในการแปลข้อความอ้างอิง ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเป็นภาษามลายู ซึ่งทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความหมายโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยขอแก้ไข “แต่ทีมผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ในประเทศไทยและกัมพูชารายงานว่าทุ่นระเบิดที่เกิดเหตุนั้น ทุ่นระเบิดใหม่ ผมเพิ่งวางสายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ผมหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสงบลง และเดินหน้าเจรจาสันติภาพต่อไป” พร้อมยอมรับ เสียใจเป็นอย่างยิ่ง

ขณะเดียวกัน ทีมโฆษกกองทัพบก Army Spoke Team โพสต์ถ้อยชี้แจงของ พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ต่อกรณีสำนักข่าวมาเลเซียนำเสนอข้อมูล เกี่ยวกับทุ่นระเบิดที่ทหารไทยประสบเหตุ ยืนยัน เป็นการนำเสนอข่าวที่ผิดพลาด ย้ำ รายงานของ AOT ระบุว่า เป็นทุ่นระเบิดใหม่

โพสต์ระบุว่า
จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศมาเลเซีย ระบุว่า ทุ่นระเบิดที่ตรวจพบในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา เป็นทุ่นระเบิดเก่า พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาชี้แจงว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า เป็นการนำเสนอข่าวที่ผิดพลาดของสำนักข่าว Bernama จนทำให้สื่อไทยและสื่อกัมพูชา นำมาเสนอข่าวจนเกิด ความผิดพลาด ซึ่งปัจจุบันได้มีการแก้ไขให้ถูกต้องแล้ว ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบจากเอกสารรายงานของ AOT ก็พบว่า มีการระบุว่าเป็น ทุ่นระเบิดที่วางใหม่ จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าเหตุการณ์ผิดพลาดดังกล่าวเป็นเรื่องของการนำเสนอข่าวที่ผิดพลาดอย่างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูล : ทีมโฆษกกองทัพบก Army Spoke Team