ไม่นิ่งนอนใจ! รมว.ยุติธรรม รับหนุ่มทาสยา ที่แม่สร้างห้องขัง เป็นเคสศึกษา
แพทตี้ อีจัน
6 พฤศจิกายน 2567

จากกรณีนางสารภี อายุ 64 ปี อดีตข้าราชการครูชาวบุรีรัมย์ จำใจจ้างช่างมาทำห้องกรง เตรียมไว้สำหรับดูแลควบคุมพฤติกรรมลูกชาย หลังออกจาก รพ.กลับมาฟื้นฟูที่บ้าน เนื่องจากลูกชาย ติดยาเสพติด-พนันออนไลน์ จนไม่ทำการทำงาน แถมชอบขู่ขอเงิน โวยวายอาละวาดทำลายข้าวของ ขู่เอาชีวิตแม่ และทำร้ายคนรอบข้าง เคยนำตัวส่งบำบัด ทั้งที่ค่ายทหาร รพ. และวัดมากกว่า 10 ครั้ง แต่พอเริ่มดีขึ้นถูกปล่อยออกมาอยู่บ้าน ก็กลับสู่วังวนเดิม ทำให้แม่ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างหวาดระแวง และทุกข์ทรมานใจ นานกว่า 20 ปี
ล่าสุดวันนี้ (6 พ.ย.67) พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้วีดีโอคอลพูดคุยสอบถามรายละเอียดกับนางสารภี ผู้เป็นแม่ ถึงกรณีดังกล่าว โดยรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม บอกกับแม่ว่าจะขอเข้าไปดูแลเคสนี้ให้ เพื่อเป็นเคสศึกษาเพื่อจะหาแนวทางช่วยกัน เชื่อว่าแม่มีความรักกับลูก รับปากว่าจะช่วยดูแลลูกให้หายเพื่อให้กลับไปใช้ชีวิตปกติให้ได้
ขณะที่ผู้เป็นแม่ก็บอกกับรัฐมนตรีว่า อยากให้เป็นวิทยาทานเพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง ไม่ให้ครอบครัวอื่นต้องมาเผชิญชะตากรรมเหมือนกันตนเอง

ขณะที่นางศิริวรรณมาศ รัตนภักดี ผอ.ส่วนวิเคราะห์ข่าวและเฝ้าระวัง สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 3 พร้อมด้วย นางสุวิมล พัฒนาวิศิษฏ์ หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคไม่ติดต่อสุขภาพและยาเสพติด สำนักงานสาธารณสุข จ.บุรีรัมย์, พ.ต.อ.กำพล วงศ์สงวน ผู้กำกับการ สภ.นางรอง, นายธนธรณ์พล ไขว้พันธ์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านนางสารภี เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และเยี่ยมให้กำลังใจด้วย
โดยผู้เป็นแม่ก็อธิบายกับเจ้าหน้าที่ว่าสาเหตุที่จ้างช่างมาสร้างห้องคล้ายห้องขังในบ้าน ก็เพื่อต้องการจะดูแลลูกให้เลิกยาเสพติดการพนัน รวมถึงป้องกันความปลอดภัยทั้งของตนเองและคนในชุมชนด้วย
ซึ่งเจ้าหน้าที่ต่างก็เห็นใจและเข้าใจในความรู้สึกของคนเป็นแม่ แต่ก็ยืนยันว่าการสร้างห้องไว้กักขังลูกเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เป็นการละเมิดสิทธิและผิดกฎหมายฐานกักขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหาแนวทางดูแลรักษาลูกชายให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติให้ได้มากที่สุด ทำให้ผู้เป็นแม่คลายความกังวลและรับปาก หากลูกหายก็พร้อมจะรื้อหรือปรับเปลี่ยนห้องขังดังกล่าว เป็นห้องสำหรับเก็บของหรือใช้ประโยชน์อย่างอื่นแทน แต่ก็อยากฝากให้ภาครัฐกวาดล้างปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นต้นตอทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ให้หมดไปจากประเทศด้วย

ผอ.ส่วนวิเคราะห์ข่าวและเฝ้าระวัง สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 3 กล่าวภายหลังลงพื้นที่ว่า กรณีที่สร้างห้องคล้ายห้องขังเพื่อควบคุมลูกที่ติดยา ถือเป็นเคสแรกที่เคยเจอ ซึ่งก็ได้ทำความเข้าใจกับแม่ว่าไม่สามารถทำได้ และยิ่งจะส่งผลทำให้กระตุ้นจิตใจทำให้เขาต่อต้านและคลุ้มคลั่งมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ ดังนั้นแนวทางในการดูแลแก้ปัญหาเคสนี้ ก็จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งตัวลูกชายไปบำบัดรักษาอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติได้ ซึ่งทางรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมก็มีความเป็นห่วง และสั่งการให้ดูแลเคสนี้เป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการบำบัดเพิ่มจนหายขาด ส่วนที่แม่กังวลหลังส่งกลับบ้านก็จะมี จนท.ติดตามอาการต่อเนื่อง รวมถึงขอความร่วมมือชุมชน สังคม ช่วยดูแลไม่บูลลี่หรือทำให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ยาเสพติดอีก
ขณะเดียวกันก็ต้องมีการบูรณการภาคส่วนต่างๆ เพิ่มมาตรการสกัดกั้นจับกุมยาเสพติดอย่างเข้มงวดมากขึ้นด้วย จากเดิมที่มีแผนสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ซึ่งสถิติการจับกุมที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งก็เกิดจากความเข้มแข็งของ จนท.ที่ปฏิบัติหน้าที่จับกุมปราบปราม อีกปัจจัยก็เพราะยาทะลักเข้ามามากขึ้น ดังนั้นก็ต้องสกัดกั้นจับกุมเข้มข้นมากขึ้นอีก