ล้วงลึงพิศวง 24 ปี อ.ป๋า ปุญญาดิศ ที่ปรึกษาด้านความเฮง
พลอยรดา อีจัน
30 ธันวาคม 2567

24 ปี พิสูจน์ ความพิศวง ที่ตัวเองสัมผัสได้ จนต้องยอมรับว่า เทพเทวดามีอยู่จริง?
อีจัน เปิดชีวิต อาจารย์ป๋า ปุญญาดิศ อายุ 48 ที่ปรึกษาด้านความเฮง ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ แบรนด์ธุรกิจดังมากมาย จากคนที่ไม่ยอมรับว่า ตัวเองมีสัมผัสพิศวง พยายามหนี แต่ก็หนีไม่พ้น 24 ปี พิสูจน์จนต้องรับว่า ความพิศวงนี้

อาจารย์ป๋า ได้เปิดใจเล่าชีวิตให้ฟังว่า ผมเกิดและโต ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ผมเป็นพี่ชายคนโต มีน้องสาวหนึ่งคน ผมเด็กเรียบร้อย ขี้อาย เป็นเด็กเรียน มักนั่งอยู่แถวหน้า
เวลาปิดเทอม พ่อแม่ส่งจะส่งผม ไปอยู่บ้านตายาย อยู่ในชนบท ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปาใช้ ตอนค่ำต้องจุดตะเกียง แต่ผมชอบมาก ได้อยู่กับธรรมชาติ ผมชอบอ่านตำรา “พรหมชาติ” มีคาถาเสกดอกไม้ เป่าควัน ผมก็ลองสวดเล่น แต่ตอนนั้นยังเด็ก เล่นกันสนุกๆ

จนกระทั่งปิดเทอม ป.6 ผมชวนเพื่อนๆบวชเณร ภาคฤดูร้อน ผมมีความสุขมาก ได้นั่งสมาธิในป่า มีงูเลื้อยผ่าน พระอาจารย์ให้แผ่เมตตา งูก็เลื้อยผ่านไป ผมเป็นเด็หไม่กลัวผี คิดว่าถ้ามีเพื่อนเป็นผีก็ดี
พอบวชครบ 1 เดือน เพื่อนๆศึกกันหมดแล้ว แต่ผมไม่อยากสึก เลยขอพ่อแม่บวชต่อ แต่พ่อแม่ขอให้ไปเรียนก่อน เพราะอยู่ในช่วงกำลังขึ้น ม.1 ชีวิตในช่วงมัธยม ผมก็ใช้ชีวิตปกติ เล่นดนตรี ผมชอบศิลปะ

พอเรียนจบ ม.6 ผมก็เข้ามาเรียนมหาวิทยาลัย ที่กรุงเทพฯ ผมเลือกเรียนคณะเศรษฐศาสตร์การค้าระหว่างประเทศ ในระหว่างเรียนครอบครัวของผม ก็เจอกับความสูญเสียสูญ พ่อประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต
ก่อนที่พ่อจะเสียชีวิต ผมนอนฝันว่า ถูกตัดผม 5 วัน ติอต่อกัน ซึ่งโบราณถือว่า ถ้าฝันว่าถูกตัดผม หรือฟันหัก จะสูญเสียของรัก
พอวันต่อมา แม่ก็โทรมาบอกว่า พ่อประสบอุบัติเหตุ นอนอยู่ห้องไอซียู ซึ่งแม่ไม่กล้าบอกกับผมว่า พ่อเสียชีวิตแล้ว ในที่เกิดเหตุ
พอผมรู้ว่าพ่อประสบอุบัติเหตุ ก็รีบนั่งรถทัวร์ จากกรุงเทพฯ กลับสุราษฎร์ธานี แต่ในระหว่างนั่งรถกลับ ผมใส่หูฟังอยู่ ปรากฏว่า ได้ยินเสียงพ่อเรียกชื่อ พอผมหันไปก็ไม่เจอพ่อ เห็นว่าคนบนรถนอนหลับกันหมด
เมื่อผมกลับไปถึงบ้าน แทบล้มทั้งยืน รู้ความจริงว่า พ่อเสียชีวิตแล้ว ผมคิดว่า การที่ผมได้ยินเสียงพ่อเรียก ตอนที่ผมอยูาบนรถ นั่นเป็นการเปิดมิติของผม
หลังจากงานศพพ่อผมก็ได้บวช ก่อนจะสึกกลับไปเรียนมหาวิทยาลัยต่อ

จุดเปลี่ยนของชีวิตผม ตอนที่กลับไปเรียนมหาวิทยาลัย หลังจากพ่อเสียชีวิต ผมรู้สึกว่าเบื่อคน เบื่อสังคม ความรักก็พัง เรียนก็ยังไม่จบ แต่เพื่อนๆเรียนจบกันไปแล้ว ผมเลยตัดสินใจไปขอพรที่ศาลพระพิฆเนศ ที่ห้วยขวาง ซึ่งตอนนั้นเพิ่งเปิดใหม่ๆ
และได้ไปเจอกับ อาจารย์สุชาติ รัตนสุข ผู้ก่อตั้งศาลพระพิฆเนศ ที่ห้วยขวาง และศาลพระตรีมูรติ ที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ทำให้ผมได้เรียนรู้ ศึกษาสายเทพ ผมไปนั่งสมาธิทุกวัน อยากให้ชีวิตสงบ แต่เริ่มมีสัมผัสพิเศษ สามารถดูดวงได้ ซึ่งตอนนั้นผม “สาบาน“ ไว้ว่า “จะไม่เอาวิชาพวกนี้ มาหากิน”
ผมเริ่มรู้แล้วว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์เลือกให้ผม ทำหน้าที่ในการช่วยคน แต่ผมไม่ยอมรับมัน
หลังจากที่เรียนจบมหาวิทยาลัย ผมไปทำงานอยู่บริษัทประเมินหลักทรัพย์ และทำธุรกิจส่วนตัว ซึ่งในระหว่างที่ผมทำงาน ก็ยังปฎิบัติธรรมอยู่ตลอด
แต่จู่ๆชีวิตผม ก็เจอกับมรสุม แทบล้มทั้งยืน ธุรกิจล้ม การงานล้ม ที่ผ่านมาผมก็พยายาม ทำชีวิตให้ดีมาตลอด และทุกอย่างก็ไปได้ดีมาโดยตลอด ผมเลยพยายามหาเหตุผลว่า เป็นเพราะอะไร?
ตอนนั้น ผมทั้งเครียดและโมโห เลยตัดสินใจจุดธูป ถอนคำสาบานเมื่อปี 2544 และพูดว่า ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องการให้ผมทำหน้าที่ช่วยเหลือคน ผมยอมก็ได้ แต่ต้องแลกกับให้ผมมีชื่อเสียง เขาจะได้มีศรัทธากับสิ่งที่ผมบอก
หลังจากนั้นผมก็ทำหน้าที่ช่วยเหลือคน แก้กรรม ตามหลักพระพุทธศาสนา จนมาถึงทุกวันนี้ ผมทำมาทุกเรื่อง เป็นที่ปรึกษาด้านความเฮง โหราศาสตร์ นักวางเบอร์มือถือ ดวงฮวงจุ้ย
จากที่ปรึกษาความเฮง ตอนนี้ผมก็เป็นพราหมณ์ ในการทำพิธีต่างๆ ซึ่งพราหมณ์ ไม่ใช่พระ แต่ต้องรักษาศีลทำตัวเอง ให้ขาวสะอาดมากที่สุด
ตลอด 24 ปี ที่ได้มาทำหน้าที่ตรงนี้ ผมท้าพิสูจน์จนยอมว่า เทพเทวดามีอยู่จริง และความสุขที่ผมได้ มากกว่าเงินทอง คือได้ช่วยเป็นที่ปรึกษา แนะนำแนวทาง ลูกศิษย์ชีวิตไปต่อได้
เรื่องทั้งหมด เป็นความเชื่อส่วนบุคคลค่ะ
ความเชื่อ ความศรัทธา เปรียบเสมือนที่พึ่งทางใจ
ซึ่งชีวิตเราเลือกได้ค่ะ