ยอด โควิด-19 พุ่ง 5 หมื่นราย หลังผ่านไปได้ 6 วัน
พอลลี่ อีจัน
31 พฤษภาคม 2568

วันหยุดไปไหนต้องระวังด้วยนะคะ!
วันนี้(31 พ.ค.68) นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat อัปเดตสถานการณ์โควิดในไทย ตั้งเเต่วันที่ 25-31 พ.ค.68 นี้ โดยระบุว่า…


“สถานการณ์โควิด-19 สัปดาห์นี้ผ่านไป 6 วัน ป่วยไปรักษาที่รพ. 55,486 ราย เสียชีวิต 2 ราย อัตราการเพิ่มต่อวันสูงกว่าสัปดาห์ก่อนชัดเจน เฉลี่ย 9,248 รายต่อวัน
เหมือนที่ประเมินไว้ว่า จำนวนผู้ป่วยในจังหวัดต่าง ๆ จะเพิ่มขึ้นมาก จากเดิมจะกระจุกในแถบกทม.และปริมณฑล ตอนนี้กระจายไปกันถ้วนหน้า ซึ่งหันมาดูยอดสัปดาห์ก่อน จะพบว่าพุ่งขึ้นไปถึง 82,206 ราย และตายเพิ่มเป็น 14 รายแล้ว ทำสถิติสูงสุดในรอบปี 2568 ทั้งยอดป่วย และยอดเสียชีวิตต่อสัปดาห์ ตัวเลขรายงาน ณ ปลายสัปดาห์ พอรวม delayed report ทำให้พุ่งขึ้นไปถึง 1.57 เท่า เทียบกับสัปดาห์ 19 และ 20 ที่พุ่งขึ้นราว 2 เท่า และ 1.7 เท่าตามลำดับ

ทั้งนี้ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ให้ข้อมูลเกี่ยวก้บ โควิด-19 ที่มีการระบาดในไทยเเละติดกันเป็นจำนวนมาก โดยระบุว่า


“การตรวจของศูนย์ ไวรัสที่จุฬา ที่ผมทำอยู่ จากภาพจะเห็นได้ชัดเจนว่า เราทำมาอย่างต่อเนื่อง ในปีที่แล้วทำถึง 8,000 ราย และในปีนี้ตั้งแต่มกราคมเป็นต้นมา มีการเพิ่มขึ้นของโควิด 19 ตั้งแต่เดือนเมษายน จนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่หยุด มีแนวโน้มสูงกว่าปีที่แล้วมาก เราจะเห็นได้จากจำนวนที่ตรวจ ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ส่วนใหญ่ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นโควิด 19 ดังในรูปการตรวจ Real Time RT-PCR ซึ่งเป็นวิธีการตรวจที่ไวที่สุด อัตราการตรวจพบหรือผู้ป่วยโรคทางด้านหายใจเพิ่มขึ้นมาก ดังแสดงในรูป
เราถอดรหัสหาสายพันธุ์อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด สายพันธุ์ที่พบขณะนี้อย่างที่เล่าให้ฟัง สายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลัก ในประเทศไทยแล้ว และมีแนวโน้มจะมากขึ้นอีก ตามแนวโน้มของโลก ซึ่งสายพันธุ์นี้ติดต่อง่ายมาก ถ้ามองย้อนตั้งแต่สายพันธุ์โอมิครอน มาจนถึงปัจจุบัน สายพันธุ์โอมิครอน มีอำนาจการติดต่อในประเทศต่างๆกระจายได้จากผู้ป่วยคนหนึ่งไปยังผู้ป่วยคนอื่นๆ 3-6 คน เอาเป็นว่าสายพันธุ์ใหม่นี้ อำนาจการกระจายของโรคเพิ่มขึ้น ให้เป็น 5 คน แสดงว่าผู้ป่วย 1 คน ใช้เวลา 3 ถึง 5 วัน จะแพร่กระจายไปได้ 5 คน อีก 5 วันต่อมา ก็จะกระจายไปเป็น 25 คน อีก 5 วันต่อมา ก็จะเป็น 125 คน และ 625 คน ถ้าเป็นระยะเวลา 1 เดือน เพียงผู้ป่วยรายเดียวจะเพิ่มจำนวนผู้ป่วยไปได้เท่าไหร่ ตัวเลขดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าการเพิ่มขึ้นนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากใช้เวลาอีกไม่นาน ก็จะมีผู้ป่วยติดเป็นส่วนใหญ่ แล้วโรคจึงจะเงียบไป

โควิด-19 สายพันธุ์ NB.1.8.1 ในประเทศไทยนี้ จะมีผู้ป่วยจำนวนมาก แต่ความรุนแรงไม่ได้เพิ่มขึ้นมีแนวโน้มลดลง จึงทำให้ยอดผู้ป่วยที่ต้องนอนโรงพยาบาล ไม่ได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งยอดผู้เสียชีวิตก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมีแต่จะน้อยลง”
ล่าสุด หมอธีระ ได้ออกมาโพสต์อัปเดตยอดป่วยตอนนี้ พบว่า ยอดทะลุเกิน 60,000 รายไปเรียบร้อยแล้ว เด็กเยอะกว่าคนสูงอายุ 2 เท่า วัยทำงานเยอะกว่าเด็ก 2 เท่า ซึ่ง 3 จังหวัดนี้ ได้เเก่ ชลบุรี-กทม.-โคราช เป็น Top 3 จังหวัดที่ยอดป่วยสูงสุด ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่นับคนจำนวนมากที่ติดเชื้อ ป่วย แต่ไม่ได้ไปรักษาที่รพ. และ Delayed report ที่จะโป่งไปได้อีก 1.5-2 เท่า

เพราะฉะนั้นสถานการณ์ปัจจุบันน่าเป็นห่วง เพราะป่วยกันมากทุกช่วงอายุ ตั้งแต่เด็กเล็ก เด็กโต วัยรุ่น วัยทำงาน และผู้สูงอายุ การใช้ชีวิตประจำวัน ควรป้องกันตัว หมั่นสังเกต หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดคนที่มีอาการป่วย ไม่แชร์ของกินของใช้กับผู้อื่นหยุดยาวนี้ขอให้ใส่ใจสุขภาพกันให้มากด้วยนะคะ
ที่มา:เพจเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat https://www.facebook.com/share/p/15RkiyPp6i/
เพจเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan https://www.facebook.com/share/p/1AWHT4Um5v/