หยุดเฟคนิวส์กี่โมง? รวมแถลงโฆษกกัมพูชาเหตุปะทะชายแดน #TruthFromThailand 

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

30 กรกฎาคม 2568

หยุดเฟคนิวส์กี่โมง? รวมแถลงโฆษกกัมพูชาเหตุปะทะชายแดน #TruthFromThailand 

ท่ามกลางเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาเดือด อีกสิ่งที่เดือดไม่แพ้กันคือการแถลงของผู้นำทั้ง 2 ประเทศ โดยเฉพาะการแถลงของพลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ที่ทำเอาสื่อและประชาชนไทยต่างจับตาไม่น้อย เพราะดูเหมือนจะไม่ค่อยตรงกับสิ่งที่เกิดขั้น หรือคำแถลงของฝั่งไทยสักเท่าไหร่ 

24 ก.ค. 68 เกิดเหตุลอบวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ ชายแดนบ้านอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เป็นเหตุให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บหลายราย กองทัพบกออกแถลงการณ์ประณามฝ่ายกัมพูชาอย่างเป็นทางการ ในขณะที่พลโทหญิงมาลี แถลงว่า “ทหารกัมพูชาดำเนินการตอบโต้การรุกล้ำอธิปไตยโดยมิชอบของกองทัพไทย และยืนยันว่าไทยเป็นฝ่ายเริ่มใช้กำลังก่อน” 

25 ก.ค. 68 พลโทหญิงมาลี ให้สัมภาษณ์กับสื่อบางสำนักว่า ไทยได้ขยายปฏิบัติการทางทหาร รวมถึงการนำเรือรบเข้าประชิดชายฝั่งของกัมพูชา ขณะที่ฝ่ายไทยออกมาตอบโต้โดยทันทีว่า “ไม่มีการใช้อาวุธเชิงรุก และไม่มีการเคลื่อนกำลังเข้าไปในเขตแดนกัมพูชา” พร้อมระบุว่าแถลงการณ์ของกัมพูชาเป็น “ข้อมูลเท็จ” ที่บิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน 

 26 ก.ค. 68 พลโทหญิงมาลี แถลงผ่านสื่อกัมพูชาว่า มีผู้เสียชีวิต 12 ราย (พลเรือน 7 ราย และทหาร 5 นาย) อันเป็นผลมาจากการยิงข้ามแดนของทหารไทย แต่ในวันเดียวกันฝ่ายไทยไม่มีการแถลงโต้ตอบอย่างเป็นทางการ แต่มีความเคลื่อนไหวผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียและการแถลงทาง Facebook Live ของกองทัพในวันที่ 28 กรกฎาคม 

28 ก.ค. 68 การเจรจาระดับทหารระหว่างไทย–กัมพูชา ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของประเทศมาเลเซีย ได้ข้อสรุปให้ หยุดยิงโดยมีผลตั้งแต่เวลา 00:00 น. ของวันเดียวกัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนยังคงตึงเครียด และฝ่ายไทยรายงานว่า ยังคงมีการยิงตอบโต้จากฝั่งกัมพูชา รวมถึงการเคลื่อนกำลังอย่างผิดข้อตกลง แม้ข้อตกลงหยุดยิงจะมีผลบังคับใช้แล้วก็ตาม 

29 ก.ค. 68  พลโทหญิงมาลี กลับออกแถลงการณ์ ยืนยันว่า “ไม่มีเสียงปืนหลังข้อตกลงหยุดยิง” และยกให้การเจรจาเป็น “ชัยชนะทางการทูต” จนฝ่ายไทยออกมาตอบโต้ว่า “ข้อเท็จจริงในสนามรบไม่เป็นไปตามคำแถลงของกัมพูชา” โดยเน้นย้ำว่า“หยุดยิงมีอยู่แค่ในเอกสาร แต่เสียงปืนยังสะท้อนในป่าเขตแดน” 

ด้วยความไม่สอดคล้องอย่างชัดเจนระหว่างคำแถลงของฝ่ายกัมพูชากับภาพหลักฐานภาคสนามที่ฝ่ายไทยยืนยันว่า “บันทึกไว้ครบถ้วน” ทั้งในรูปแบบภาพถ่ายดาวเทียม วิดีโอ และรายงานข่าวกรอง กองทัพบก จึงตัดสินใจทำแคมเปญ #TruthFromThailand เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนชาวไทย และสื่อมวลชนทั่วโลก ได้รับรู้ข้อเท็จจริงจากฝั่งไทย และร่วมกันต่อต้านการเผยแพร่ข้อมูลเท็จจากฝ่ายตรงข้าม 

 ภายใต้เจตนารมณ์ในการยืนยันความโปร่งใสและเสริมสร้างความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน การสื่อสารเชิงรุกของไทยครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งหวังเพียงให้โลกเห็นภาพจริงในพื้นที่พิพาทเท่านั้น หากยังสะท้อนเสียงสะท้อนจากสังคมไทย ที่เริ่มตั้งคำถามร่วมกันอย่างตรงไปตรงมาว่า “เมื่อไหร่กัมพูชาจะหยุดปล่อยเฟคนิวส์?” 

ที่มา : สื่อกัมพูชา: Cambodianess, เฟซบุ๊กRoyal Thai Armed Forces (Thailand PRD)