2 สาวโดนรวบคาถิ่น! หลังสืบสาวรู้ว่าร่วมกระบวนการทุจริต นำจีนเทามาสวมบัตรเป็นสัญชาติไทย
อีจัน อ้วน
13 มกราคม 2569

โดนเต็มระบบ! กลุ่มคนกระบวนการทุจริต สวมบัตรเป็นสัญชาติไทย เเบบนี้ก็ไม่รอดเเล้ว
วันนี้(13 ม.ค.69) ตำรวจสอบสวนกลาง ตามจับกลุ่มบุคคลร่วมกระบวนการทุจริต สวมบัตรเป็นสัญชาติไทย โดย ตำรวจ กก.4 บก.ปปป. ร่วมกันจับน.ส.บัว (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี และ น.ส.สา (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี เป็นบุคคลตามหมายจับ ศาลอาญาทุจริตฯ ภาค 5 ที่ 56 และ 61/2568 ลงวันที่ 11 พ.ย.2568

กระทำความผิดฐาน สนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต , แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย , แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชน หรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน , สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิด ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และ ร่วมกัน ทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการเพื่อให้ตนเอง หรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ


โดยการจับตามหมายจับครั้งนี้สืบเนื่องจากตำรวจ บก.ปปป. ร่วมบูรณาการณ์ 5 หน่วยงาน คือ ป.ป.ช. , ป.ป.ท. , กรมสอบสวนคดีพิเศษ และ กรมการปกครอง ประชุมวางแผน รวบรวมพยานหลักฐานทำการจับกุมกลุ่มบุคคลประกอบด้วย นายอำเภอ ,ปลัดอำเภอ , กำนัน , ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจน จนท.ตัวแทนนายหน้าต่าง ๆ ที่ร่วมเป็นขบวนการ ทำการนำบุคคลไม่มีสิทธิมาสวมบัตรแทนบุคคลที่มีสิทธิ (นำจีนเทามาสวมแทน) โดย มติ ครม. ได้มีมติอนุมัติสำรวจสิทธิได้บัตรสัญชาติไทย จำนวนนับแสนรายกระจายในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศไทย แต่กลับปรากฏว่ามีการร้องเรียนเกิดขึ้นในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ว่ามีการกระทำทุจริต (นำจีนเทามาสวมแทน) กรมปกครองจึงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ พบบุคคลดังกล่าวกระทำการทุจริตร่วมกันรวม 28 ราย จึงประสานร่วมบูรณาการหลายหน่วยงานโดยมอบหมายให้ บก.ปปป. เป็นแม่งานหลักในการรวบรวมพยานหลักฐาน สอบถ้อยคำบุคคลต่าง ๆ ต่อจากนั้นมอบหมายให้ กก.4 บก.ปปป. เป็นต้นเรื่องรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ทำการออกหมายจับต่อศาลอาญาทุจริตภาค 5 (เชียงใหม่) กับกลุ่มบุคคลดังกล่าวรวบยอด 28 ราย (จับได้แล้ว 15 ราย และรวมครั้งนี้อีก 2 ราย รวมเป็น 17 ราย) นำผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ส่งศาลอาญาทุจริต ฯ ภาค 5 ดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย
โดยเบื้องต้นผู้ถูกจับรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เป็นประชาชนทั่วไปที่ไปขอบัตรบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน