บิ๊กโจ๊ก มอบ ทนาย ยื่นฟ้อง 30 ตำรวจทีมสืบ เอาผิด ม.157
พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)
26 มีนาคม 2567

ทนายบิ๊กโจ๊ก ยื่นศาลอาญาคดีทุจริตฯ ฟ้อง ชุดเอาผิด ม.157 สืบสวนคดีเว็บพนันเอี่ยวบิ๊กโจ๊ก รวม 30 นาย หลังไม่ส่งสำนวนไปให้ ป.ป.ช. ยืนยัน หมายเรียกตามกฎหมายยังไม่นับหนึ่ง เพราะส่งหมายไม่ถูกต้อง เชื่อศาลไม่ออกหมายจับให้
เมื่อวานนี้ (25 มี.ค. 67) นายวราชันย์ เชื้อบ้านเกาะ ทนายความของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เดินทางมายื่นฟ้องผู้มีคำสั่งแต่งตั้ง และคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดีเว็บพนัน BNk Master ของ สน.เตาปูน รวม 30 นาย ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

ทนายวราชันย์ ระบุว่า ทีมทนายความของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ยืนยันด้วยการแถลงข่าวไปแล้วว่า การดำเนินของคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ชุดสน.เตาปูน ไม่มีอำนาจในการดำเนินการสืบสวนสอบสวน และหลังการแถลงข่าวก็ทราบว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวว่า คดีที่อยู่ในกลุ่มเว็บพนันที่กล่าวหาเกี่ยวพันกับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าพนักงานในการกระทำความผิดที่อยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช.จะต้องรวบรวมสำนวนส่งไปยัง ป.ป.ช.
แต่ภายหลังการให้ข่าวของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ก็ยังดำเนินการออกหมาย และเท่าที่ทราบที่เป็นข่าวมีการออกหมาย แต่ไม่ได้มีการรวบรวมสำนวนทั้งหมดส่ง ป.ป.ช.ทางทีมทนายความจึงเห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทบสิทธิกับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เพราะทีมทนายความเคยแถลงไว้แล้วว่า คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนไม่มีอำนาจ ทีมทนายความจึงมาฟ้องร้อง กับคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนชุดนี้ทั้งหมดในความผิด ม.157

ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้ คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ยืนยันว่า เป็นคนละสำนวนคดีกันนั้น ทนายวราชันย์ ระบุว่า เข้าใจว่าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคณะนี้ ได้ดำเนินการโดยหยิบยกเอาแค่ประเด็นบางส่วนในคดีที่เกี่ยวพันกับคดีมินนี่ ซึ่งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่งของ บช.น.ชุดนี้ ก็ทราบรายละเอียดข้อเท็จจริงอย่างดีอยู่แล้วว่ารายละเอียดของคดีมินนี่เป็นอย่างไร เพราะส่วนใหญ่คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนชุดนี้ ก็เป็นชุดเดียวกับที่ได้รับการแต่งตั้งมาจากคณะในคดีมินนี่เกือบทั้งหมด
ส่วนการยื่นฟ้องร้องในวันนี้จะมีผลทันอย่างไรหรือไม่ กับการจะครบกำหนดออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ในวันที่ 26 มี.ค. ทนายวราชันย์ ระบุว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไม่ได้กังวล เพราะต้องเป็นไปตามกฎหมาย และพนักงานสอบสวนทราบเป็นอย่างดีว่าการออกหมาย ที่จะเป็นเหตุให้สามารถออกหมายจับได้ ต้องเป็นการออกหมายและมีการส่งโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่พนักงานสอบสวนทราบว่า ยังไม่มีการส่งหมายและยังไม่มีการนับ 1 ตาม ป.วิอาญา

ดั้งนั้นที่ปล่อยข่าวออกมาว่าส่งหมายเรียกครั้งที่ 2 แล้ว และจะครบกำหนดในวันพรุ่งนี้ ถ้าไม่มาตามหมายเรียกแล้วจะออกหมายจับนั้น ทีมทนายความ ขอยืนยันว่า ส่วนนี้ไม่สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมายอย่างแน่นอน
ส่วนในวันพรุ่งนี้จะส่งทีมทนายความไปที่ บก.น.2 เมื่อครบกำหนดหมายเรียกครั้งที่ 2 หรือไม่นั้น ทนายวราชันย์ ยืนยันว่า การออกหมายเรียกหรือมีข่าวการออกหมายต่างๆมานั้น ทางทนายความยังไม่ทราบว่าเป็นหมายอะไร ส่วนนี้กระบวนการส่งก็ยังไม่ถูกต้องครบถ้วนตาม ป.วิอาญา ก็เท่ากับยังไม่ได้เริ่มนับหนึ่งตามกฎหมาย

ส่วนกรณีถ้านำไปสู่การขอหมายจับจริงๆ จะมีการรับมืออย่างไรบ้างนั้น ทนายวราชันย์ มองว่า ยังไงอำนาจการพิจารณาออกหมายจับคือศาล ซึ่งศาลจะต้องพิจารณาดูก่อนว่า ถ้าจะมีการอ้างว่าการออกหมายเรียก 2 ครั้งแล้วไม่มา แล้วการส่งหมายชอบหรือไม่ ส่งได้หรือไม่ตาม ป.วิอาญา ม.55 ซึ่งหากเป็นการส่งหมายโดยไม่ชอบ เชื่อว่ายังไงศาลก็ไม่พิจารณาออกหมายจับอย่างแน่นอน และการออกหมายใดๆก็แล้วแต่ เป็นการออกโดยไม่ชอบ แล้วยังไปฝืนขอออกหมายจับ ส่วนนี้ทางพนักงานสอบสวนก็อาจจะตกที่นั่งลำบากได้
ทนายวราชันย์ ยังระบุอีกว่า กรณีที่ ตำรวจสืบสวนจังหวัดสงขลาไปแจ้งความ ร้องทุกข์กับ สน.เตาปูน ม.157 และ ม.149 ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับเจ้าพนักงาน และหลังมีการแจ้งความวันที่ 23 มี.ค. พ.ต.ท.คริษฐ์ ทราบก็ไปปรากฎตัวต่อหน้าพนักงานสอบสวน เพื่อจะไปยืนยันว่ายังมีตัวตน เพื่อให้พนักงานสอบสวนรับตัวไว้ แต่พนักงานสอบสวนไม่ได้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนั้นก็ต้องพิจารณาด้วยว่า หากผู้ต้องหามาปรากฎตัวต่อพนักงานสอบสวนแล้ว พนักงานสอบสวนไม่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งนั้น จะเป็นการเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่

และมองว่า การจะส่งสำนวนไปป.ป.ช. ทนายความบอกว่า กฎหมายได้ระบุไว้ว่า ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเท่าที่จะทำได้และส่งให้ปปช.ภายใน 30 วันนับจากวันที่ร้องทุกข์กล่าวโทษ