จบด้วยดี! ฝรั่งเมากร่างขับเฟอร์รารี่ชนท้ายเก๋งสาว ก่อนทำร้ายร่างกาย ยอมจ่ายค่าเสียหาย
migrator
13 มกราคม 2564

ความคืบหน้ากรณี ฝรั่งขับรถเฟอร์รารี่ปลอมชนท้ายรถเก๋งสาวขอนแก่น ริมบึงหนองโคตร ซึ่งอยู่ในลักษณะคนเมาพูดจาหยาบคายใส่คู่กรณีพร้อมทำร้ายร่างกาย อ้างว่ารวยที่สุดในขอนแก่นไม่เกรงกลัวกฎหมาย ล่าสุด ครอบครัวฝรั่งยอมจ่ายค่าเสียหายและเยียวยาเป็นเงิน 18,000 บาท ขณะที่คู่กรณีพอใจจบลงด้วยดี


จากกรณีที่ น.ส.อลิษา ศรีม่วง โพสต์คลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองบนถนนรอบบึงหนองโคตร ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมข้อความเตือนภัยสังคม ถูกหนุ่มต่างชาติขับรถเฟอร์รารี่สีแดง ทะเบียน กบ 4800 ขก ชนท้ายรถตัวเองและทำร้ายร่างกาย กระทั่งมีพลเมืองดีมาช่วยเหลือ ก่อนที่ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านเป็ด จะมาควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไป เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 23 กันยายน 2562 ซึ่ง น.ส.อลิษา ได้มีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว


ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านเป็ด ได้มีการเปรียบเทียบปรับชายต่างชาติคนดังกล่าว ทราบชื่อต่อมา นายเวสลี่ สมิทธิ์ อายุ 47 ปี ในข้อหาขับรถประมาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการเรียกตัวมาไกล่เกลี่ยกับคู่กรณี รวมถึงรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม
26 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น. พ.ต.อ.ประวิทย์ โทหา ผกก.สภ.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับการประสานจากครอบครัวของนายเวสลี่ แล้วว่าพร้อมที่จะจ่ายค่าเสียหายให้คู่กรณี รวมเป็นเงิน 18,000 บาท ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้ประสานกับทางผู้เสียหายให้ทราบแล้ว และอยู่ระหว่างที่คู่กรณีจะมาลงบันทึกประจำวันในข้อตกลงที่สามารถตกลงกันได้ด้วยดีทั้งสองฝ่าย

โดยครอบครัวของนายเวสลี่ติดต่อมาว่ายอมชดใช้ค่าเสียหายรวมถึงการเยียวยาคู่กรณี ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีที่ทั้งสองฝ่ายสามารถพูดคุยกันได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเพียงคนกลางในการประสานงาน เพราะทั้งหมดอยู่ที่ความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย แต่ในส่วนของข้อหาต่างๆ นั้น ก็จะเรียกตัวนายเวสลี่มารับทราบข้อกล่าวหาตามขั้นตอนของกฎหมายเช่นเดิม และข้อหาใดที่สามารถเปรียบเทียบปรับในชั้นพนักงานสอบสวนได้ ก็จะมีการปรับไปตามระเรียบของกฎหมาย

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง น.ส.อลิษา ทราบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งรายละเอียดต่างๆ ที่ได้ดำเนินการกับอีกฝ่ายให้ทราบหมดแล้ว ซึ่งก็พอใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขอยุติเรื่องดังกล่าวไว้เพียงเท่านี้ เพราะไม่อยากเป็นข่าวอีก
