แม่แสง-เนม ปลดล็อกปมในใจหลังพลัดพรากจากกัน 27 ปี

อีเต้ย อีจัน

อีเต้ย อีจัน

27 พฤศจิกายน 2565

แม่แสง-เนม ปลดล็อกปมในใจหลังพลัดพรากจากกัน 27 ปี

“เนม” ไรเดอร์สู้ชีวิต กับร่างกายที่อวัยวะไม่ครบ 32 ประการ และปมใหญ่ในใจ คือ พลัดพราก “แม่”

เนมเกิดมาได้เพียง 11 วัน แม่ก็ทิ้งไป ปู่และอาเป็นคนคอยเลี้ยงดูเธอมาจนโตเนมเติบโตมาอย่างดี ขยันและตั้งใจทำงานหาเงินมาตลอด แต่เหมือนโชคชะตาลิขิตชีวิตผิดพลาด เธอประสบอุบัติเหตุทางมอเตอร์ไซค์ระหว่างไปทำงาน เนมรักษาตัวอยู่นานเลยครับ จนสุดท้ายต้องจำใจตัดขาขวาตัวเองทิ้ง เพราะติดเชื้อ

เอาเชื้อร้ายนี้ออกไป…ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ติดอยู่ที่ร่างกายให้ทรมาณ

กว่าเนมจะฟื้นฟูร่างกายและจิตใจได้ก็ยากมากๆ ครั้งหนึ่งเคยเผลอรู้สึกไปว่า “ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว รู้สึกเป็นภาระ” ต้องใช้ชีวิตลำบาก ปู่กับอาต้องคอยมาดูแลทั้งกายและใจเนม จนเธอเองก็รู้สึกผิด

แต่พอได้เจอพี่คนหนึ่ง แกชื่อพี่ตูนครับ ร่างกายของเขาไม่สมบูรณ์กว่าเนม แต่ยังสู้ชีวิตต่อ ไม่ยอมแพ้ เนมจึงยกให้พี่คนนี้เป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตต่อไป เมื่อกายพร้อมใจพร้อม ได้ขาเทียมมา…เธอก็ลุกขึ้นสู้ อาศัยอาชีพไรเดอร์ ทำมาหากิน

แต่ชีวิตก็ยังขาดกำลังใจสำคัญจาก “แม่” ในวันที่เนมทรมาณ กลับไม่มีแม่อยู่ข้างๆ ตอนนี้แม่ของเนมไปอยู่ที่ไหนกันแน่ แล้วทำไมถึงทิ้งลูกคนนี้ไป? คงมีแค่แม่คนนี้นี่แหละครับ ที่จะตอบคำถามในใจเนมได้…

เบาะแสในมือจากเนมคือ แม่ชื่อ “แสงอรุณ สิงโตทอง” ชื่อเล่นว่า แม่แสง ที่อยู่ หมู่ 1 ต.มะขามคู่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง อีเต้ยไม่รอช้า รีบมุ่งหน้าไปตามเบาะแสนี้ทันที เราแวะถามเส้นทางไปบ้านผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ที่เทศบาลตำบลมะขามคู่

เมื่อไปถึงบ้านผู้ใหญ่บ้าน เราได้เจอกับเมียผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านสาวอยู่คนหนึ่ง ทันทีที่เอ่ยถามหา “แม่แสงอรุณ สิงโตทอง” ทั้งคู่ตอบเป็นเสียงเดียวกัน “อ๋อ ยายแสง” พวกเธอบอกว่า ยายแสงคนนี้บ้านอยู่หลังวัด ด้วยความใจดี ชาวบ้านสาวนำทางเราไปบ้านของคนที่ชื่อ แสง คนนี้

ภาวนาให้เป็นคนเดียวกับคนที่เราตามหา แต่เมี่อไปถึง…บ้านดันถูกล็อก ดูเหมือนว่าจะไม่มีคนอยู่บ้านตอนนี้ เราเดินไปถามเพื่อนข้างบ้าน พวกเธอบอกว่า แม่แสงไปขายผักอยู่ที่ตลาดนัดหน้าโรงงานไซโก้ พร้อมเปิดเฟซบุ๊กของแม่แสงให้เราดูหน้า มีความละม้ายคล้ายกับคนที่เราตามหากันอยู่

โจทย์ต่อไปคือควานหาแม่แสงทั่วตลาดนัด! เราเดินไล่ถามแผงขายผักตั้งแต่ด้านนอกยันด้านใน แทบไม่มีใครรู้จักคนชื่อ แสง เลยครับ ท้ายที่สุด เดินไปหยุดที่แผงผักร้านหนึ่ง เราเอ่ยถามหาแม่แสง เธอกลับดูนิ่งไป แววตาดูเหมือนมีอะไร? สักพักเธอก็บอกว่า ตัวเธอเองนี่แหละชื่อ แสง

โอ้! เจอกันสักทีนะแม่ เราเดินไปข้างๆ บอกว่ามีลูกมาตามหา เธอตอบกลับมาว่า “น้องเนมใช่ไหมคะ” ใช่เลยคุณแม่ เราเหมาผักทั้งแผงของแม่ แจกฟรีทั่วตลาด เพื่อพาแม่กลับไปคุยกันที่บ้านของเธอ

เมื่อมานั่งคุยเปิดใจกัน เราถึงได้รู้ว่า จริงๆ แล้ว ตั้งแต่แม่แสงได้จดหมายจากเนมมา และได้เจอหน้า ก่อนจะไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย นับตั้งแต่นั้นมา แม่แสงก็คอยส่งจดหมายไปตามที่อยู่ของลูกในจดหมายที่เคยได้ แต่กลับไม่มีการตอบกลับมาสักฉบับเดียวเลย

หัวใจของแม่แสงรู้สึกผิดทุกครั้งที่คิดถึงลูก…หากตัดสินใจอุ้มลูกมาด้วยตอนนั้น อาจจะอดตาย เพราะแม่ไม่มีเงินจริงๆ

อีเต้ยตัดสินใจบอกเล่าเรื่องราวที่เนมประสบอุบัติเหตุจนต้องตัดขาขวาไป วินาทีนั้นแม่แสงคงจะรู้สึกผิดกว่าเดิมไม่น้อย เธอดูเสียใจมากที่ได้ยินเรื่องนี้ แต่เธอไม่ได้คิดว่าลูกจะเป็นภาระเลยด้วยซ้ำ

หลังจากได้คุยเปิดใจกับแม่ไป ไม่กี่วันต่อมา เราส่งรถตู้ไปรับแม่ถึงที่บ้าน เพราะขาแม่ไม่แข็งแรง ประสบอุบัติเหตุเหมือนเนมเลยครับ จนต้องใส่เหล็กดามที่ขา เดินไม่ค่อยถนัด

เรานัดเนมมารอแม่ที่ออฟฟิศ นาทีที่แม่เดินทางมาถึง เนมนั่งรออย่างใจจดใจจ่อ เมื่อเริ่มเห็นแม่อยู่ในสายตา น้ำตาก็เริ่มเอ่อล้นออก อย่างกลั้นไว้ไม่อยู่ แม่ค่อยๆ เดินเข้ามาสวมกอดเนม “แม่ขอโทษ”

ทั้งคู่น้ำตาไหลออกมาไม่ขาดสาย ความอบอุ่นจากแม่ที่ไม่เคยได้รับ…วันนี้เนมได้สัมผัสแล้ว

สุดท้ายมานั่งคุยเปิดใจกัน เรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา ก็ขอให้มันผ่านไป เนมพูดตรงๆ กับแม่ “ถ้าถามว่าเนมมีความผูกพันกับแม่ไหม…ซึ่งเนมบอกตรงๆ ว่ามันไม่มี เพราะแม่ไม่ได้เลี้ยงเนมมา แต่เราสร้างกันใหม่ได้นะแม่ มันยังไม่สายที่จะสร้าง” ซึ่งแม่ก็เข้าใจเนมดี และพร้อมที่จะสานสัมพันธ์กับลูกใหม่

แม่แสงหยิบเส้นด้ายมาผูกข้อมือให้ลูก พร้อมอวยพรจากใจ “แม่ขอให้ลูกแข็งแรง มีความสุข  ที่ผ่านมาหนูสู้ชีวิตมากเลย”

อีเต้ยขอให้เส้นด้ายนี้ ผูกใจแม่แสงกับเนมเข้าด้วยกันนะ ใช้เวลาสานสัมพันธ์ สร้างความทรงจำดีๆ ด้วยกันใหม่ มันยังไม่สายแบบที่พี่เนมบอกครับ ยินดีด้วยนะครับ ^^