ไล่ไทม์ไลน์ “สีดอหูพับ”จะได้รับความยุติธรรมมั้ย?
จ๊ะจ๋า อีจัน
11 กุมภาพันธ์ 2569

สรุปไทม์ไลน์โศกนาฏกรรม “พลายสีดอหูพับ”
เมื่อคำสั่งย้าย กลายเป็นคำสั่งตาย!
ย้อนกลับไปดูจุดเริ่มต้น มันไม่ใช่แค่เรื่องของช้างหลงทาง แต่มันคือ “สงครามแย่งชิงพื้นที่” ระหว่างคนกับป่า ที่สุดท้ายฝ่ายที่พ่ายแพ้และต้องจ่ายด้วยชีวิต
ย้อนรอย “จำเลยที่ 1” แห่งเวียงเก่า
พลายสีดอหูพับ ช้างป่าวัยรุ่นอายุ 15-20 ปี ช้างที่มีเอกลักษณ์หูพับไม่เหมือนใครจนกลายเป็นขวัญใจโซเชียลในชั่วข้ามคืน แต่ชีวิตจริงไม่ได้สวยงามแบบในคลิป เมื่อพื้นที่ป่าถูกทับซ้อน ช้างกับคนต้องประจันหน้ากัน จนเกิดเหตุเศร้ามีชาวบ้านเสียชีวิต 2 รายในปี 2568 นำไปสู่การฟ้องร้องต่อศาลปกครองขอนแก่น และศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้กรมอุทยานฯ เคลื่อนย้ายน้องไปอยู่บ้านใหม่ที่ภูหลวง จ.เลย
คืนวันที่ 3 ก.พ. 69 ดีเดย์เคลื่อนย้าย! เจ้าหน้าที่กว่า 200 นาย
เข้าล้อมสีดอหูพับ ยาซึมเข็มแล้วเข็มเล่าถูกอัดเข้าร่าง รวมแล้วถึง 5 เข็มท่ามกลางภาพที่บีบหัวใจ น้องยังยืนเคี้ยวอ้อยอยู่ในขณะที่ยากำลังออกฤทธิ์ ไม่มีใครสั่งให้หยุด ไม่มีใครรอให้น้องคายคำสุดท้ายออกมา
จนกระทั่งเช้ามืดวันที่ 4 ก.พ. 69 บนรถบรรทุกที่มุ่งหน้าสู่บ้านใหม่
สีดอหูพับเริ่มชักเกร็ง ล้มตึง และสิ้นใจลงใจกลางทาง ผลชันสูตรชี้ชัด
สำลักอ้อยอุดตันทางเดินหายใจ ร่วมกับภาวะเครียดจัดจากการถูกจับ น้องตายทั้งที่อ้อยยังคาปาก เป็นภาพสุดท้ายที่บีบหัวใจคนรักสัตว์ทั่วโลก
ล่าสุดวันนี้ (11 ก.พ. 69) ที่กรมอุทยานฯ วันนี้มวลชนคนรักสัตว์และเครือข่ายจิตอาสาไม่ยอมอยู่เฉย บุกประชิดหน้ากรมอุทยานฯ บางเขน นำโดย “ทราย สก๊อต” นักอนุรักษ์หนุ่มชื่อดัง ที่เดินทางมาพร้อมเสียงตะโกนทวงความจริง
จี้ถามถึงมาตรฐานสัตวแพทย์ ทำไมปล่อยให้ช้างกินอ้อยขณะวางยา?








งานนี้ไม่ได้มีแค่กลุ่มอนุรักษ์ แต่ยังมีดาราและคนดังใจรักษ์โลก
โย ยศวดี และกลุ่มคนรักช้าง เดินทางมาร่วมผนึกกำลังจนพื้นที่หน้ากรมฯ แน่นขนัด พร้อมยื่นข้อเรียกร้องสุดเดือด
- อธิบดีต้องลาออก! เพื่อรับผิดชอบต่อความล้มเหลวครั้งนี้
- สอบสัตวแพทย์ทั้ง 5 ท่าน และส่งเรื่องให้สัตวแพทย์สภาตรวจสอบจรรยาบรรณ
- หยุดย้ายช้างแบบเสี่ยงตาย สั่งระงับการย้าย “งาจิ๋ว, คุถัง, สีดอน้อย” ทันทีจนกว่าจะมีแผนที่ปลอดภัย
- ล้างบางทุนรุกป่า ตรวจสอบกลุ่มทุนที่ฮุบที่ดินทางเดินช้างรอบภูเวียง ต้นเหตุที่ทำให้ช้างต้องออกมาประจันหน้ากับคน
ความสูญเสียครั้งนี้ จะเป็นเพียงแค่ โศกนาฏกรรมที่ผ่านไป หรือจะเป็น จุดเปลี่ยนการจัดการช้างป่าไทยทั้งระบบ
“สีดอหูพับ” จะได้รับความยุติธรรมหรือไม่ หรือสุดท้ายเรื่องนี้จะจบลงที่ความเงียบ เหมือนที่ผ่านมา?