4 เทคนิคการทำ IF ให้ถูกวิธีเตรียมบอกลาไขมัน บอกลาโรคของคุณได้เลย

ตู๋ อีจัน

ตู๋ อีจัน

11 มกราคม 2567

4 เทคนิคการทำ IF ให้ถูกวิธีเตรียมบอกลาไขมัน บอกลาโรคของคุณได้เลย

หลายคนอาจจะเคยได้ยินรูปแบบการลดน้ำหนักแบบ IF ซึ่งเป็นการลดน้ำหนักที่ทำให้ร่างกายสามารถดึงไขมันสะสมออกมาใช้ ทำให้น้ำหนักลดลง และช่วยให้ร่างกายสามารถลดไขมันได้เร็วมากขึ้น ซึ่งวันนี้เราขอเอา 4 วิธีการลดน้ำหนักแบบ IF ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายจากงานวิจัยมาฝากกันค่ะ

โดยงานวิจัยนี้เป็นการศึกษาแบบ Systemetic Review และ Meta Analysis ที่เค้ารวบรวมการเกี่ยวกับการทำ IF เพื่อดูผลต่อปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiometabolic) แบบต่าง ๆ โดยเทียบกับระหว่างคนทำ IF กับคนที่ไม่ทำอะไรเลย ผลพบว่า

  1. สำหรับคนที่อยากลดความดัน แนะนำให้ทาน 6 ชั่วโมง คือตั้งแต่เที่ยงถึง 6 โมงเย็น ได้ผลดีสุดกับคุณผู้ชายวัยกลางคน อายุราว ๆ 40 ปีขึ้นไปแต่ไม่ใช่กินตลอด 6 ชั่วโมงนะ เพราะต้องดูเรื่องแคลอรีประกอบด้วย
  2. คนที่อยากลดน้ำหนัก แนะนำให้ทานในเวลา 6 ชั่วโมงเช่นกัน มื้อสุดท้ายของวันไม่ควรเกิน 6 โมงเย็น – 2 ทุ่ม วิธีนี้จะได้ผลดีสุดในกลุ่มสาว ๆ วัย 40 ปีขึ้นไป
  3. คนที่อยากเพิ่มการเผาผลาญไขมัน ผลวิจัยพบว่า คนที่อยากเพิ่ม HDL ให้ดีต่อการเผาผลาญไขมัน (Lipid Metabolism) ควรทานในกรอบเวลา 8 ชั่วโมง เช่น เริ่มทานได้ตั้งแต่ 10 โมงเช้า ต้องเลิกก่อน 6 โมงเย็น เป็นต้น แต่มีแนะนำเพิ่มคือ ควรออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง และคุมพลังงานด้วย จะเพอร์เฟกต์เลย โดยเฉพาะคุณผู้ชายที่อายุน้อยกว่า 40 ปี และมีประวัติไขมันในเลือดสูง
  4. คนที่อยากควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด กลุ่มนี้สามารถทานได้ประมาณ 10-11 ชั่วโมง ควรเริ่มมื้อแรกตอนเที่ยง แต่ถ้ากินจบได้ใน 6 โมงเย็นจะดีที่สุด โดยเหมาะกับหญิงอายุ 40 ปีลงมา

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 4 วิธีการลดน้ำหนักแบบ IF ที่ถูกต้องตามคำวิจัย เป็นวิธีที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย ยังไงก็ลองเอาวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้กับการลดน้ำหนักตามสูตรที่ตัวเองเลือกกันดูนะคะ เชื่อว่าจะทำให้น้ำหนักลดลงโดยไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างแน่นอนค่ะ