5 เทคนิคดูแลรถเก่าให้ใช้งานได้นาน ๆ
อีจัน ตลาดแตก
29 พฤศจิกายน 2566

1.หมั่นตรวจสภาพรถอยู่เสมอ
รถยนต์ทุกคันต้องมีการตรวจสภาพรถอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งรถที่ถูกใช้งานมาหลายปี ยิ่งต้องตรวจสุขภาพเพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองและผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการเช็กระยะ การดูแลเอาใจใส่รถ ไม่ว่าจะเป็นยางหรือล้อ ข้อนี้คือข้อสำคัญ เพราะถ้าหากปล่อยผ่านไปอาจจะทำให้เสียเงินมากกว่าการเช็กระยะก็ได้

2.เช็กระบบของเหลว
เมื่อเราใช้รถถูกใช้งานหนักจะทำให้ จะทำให้น้ำและของเหลวภายในเครื่องยนต์ระเหยเร็ว ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก น้ำมันเกียร์ รวมไปถึงน้ำในหม้อน้ำ น้ำในหม้อพัก แล้วก็น้ำในที่ปัดน้ำฝน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง 2 อย่างน้ำมันเครื่อง กับหม้อน้ำที่เราต้องให้ความสำคัญ พยายามหมั่นเช็กให้ดีไม่แห้งหรือหนืด และดูปริมาณน้ำในหม้อน้ำไม่ให้แห้ง ไม่งั้นจะเกิดปัญหาใหญ่ตามมา หากของเหลวอันไหนเราสามารถเปลี่ยนได้ก็เปลี่ยนไปก่อน

3.ตรวจสภาพแบตเตอรี่
ต้องรู้จักตรวจสภาพแบตเตอรี่ของตัวเราเองเป็นประจำ เพื่อไม่ให้เกิดอาการช็อตและแบตเตอรี่หมด โดยจะต้องตรวจสอบไม่ว่าจะเป็นขั้วแบตเตอรี่ ปริมาณน้ำกลั่น หมั่นเอารถออกไปวิ่งบ่อย ๆ เพื่อเป็นการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์และรักษาสุขภาพแบตของเรา ระยะเวลาในการใช้แบตเตอรี่คือ 1 ปี – 1ปีครึ่ง เมื่อครบปีแล้วก็ควรที่จะเปลี่ยนทันที

4.สังเกตอาการและฟังเสียงของรถยนต์
เมื่อเราใช้งานรถยนต์มาสักระยะหนึ่งแล้วสิ่งที่ควรจะต้องทำเลยก็คือฟังเสียงเครื่องยนต์ เบรก สายพานรวมไปถึงพวงมาลัยต่าง ๆ ขณะขับรถหากได้ยินเสียงพวกนี้หรือเสียงแปลกปลอมที่เราไม่เคยได้ยินควรที่ต้องไปปรึกษาช่างทันที

5.เช็ก-เปลี่ยนหัวเทียนรถ
อายุการใช้งานของหัวเทียนจะอยู่ที่ประมาณ 48,000-64,000 กิโลเมตร จากนั้นก็ควรนำไปเข้าศูนย์เพื่อเช็กหัวเทียน และต้องรู้จักทำความสะอาดหัวเทียนเพื่อให้ใช้งานได้อย่างสม่ำเสมอ เป็นการยืดอายุการใช้งานรถยนต์ของเราให้ใช้ได้นาน ๆ ต่อไป
