ที่รับแค่ 15 คนต่อวัน เพราะการมาดื่มดำรสชาติกาแฟของร้านนี้ ต้องมากับรถของหมู่บ้าน นักท่องเที่ยวไม่สามารถขับรถไปได้เอง
“ร้านกาแฟของผมอยู่หลังหมู่บ้าน ทางขึ้นมาค่อนข้างชันและอันตราย ผมจึงร่วมกับทางหมู่บ้านให้บริการนักท่องเที่ยว รวมค่าบริการทุกอย่างแล้ว คนละ 160 บาทครับ จุดขึ้นรถอยู่ที่ร้านกาแฟเลยของอาผม อาคนนี้ คือคนที่ชวนให้มาช่วยทำร้านกาแฟ สถานที่ที่ทำให้ผมได้รู้จักกับกาแฟครั้งแรก”


แก้วเล่าว่า เขาได้เรียนรู้เรื่องกาแฟจากร้านนี้ จากความคิดที่ว่ากาแฟมีแค่รสขม แต่เมื่อได้รู้จักจริง ๆ เขากลับพบว่ากาแฟมีรสชาติมากกว่านั้น แก้วเรียนรู้ ลองผิด ลองถูก หาความรู้จากอินเตอร์เน็ต แล้วก็ตระเวนชิมกาแฟทั่วเชียงดาว ฝึกฝนตัวเองจนได้รสชาติกาแฟที่ถูกใจ เลยอยากให้คนอื่นได้ลองรสชาติกาแฟของเขาบ้าง บวกกับอยากพัฒนาตัวเองให้เป็นคนกล้าพูด กล้าแสดงออกมากขึ้น จึงตัดสินใจเปิดร้านกาแฟ กลึ มี


“เสน่ห์อีกอย่างในกาแฟของผม นอกจากรสชาติแล้ว คือความหอมละมุนครับ กาแฟของผมปลูกอยู่เหนือระดับน้ำทะเลอยู่ที่ 1,400 – 1,600 ถือเป็นดินที่เหมาะสมกับการปลูกกาแฟที่สุดครับ และพื้นที่โดยรอบเราก็ปลูกพืชเมืองหนาว เช่น พีช พลัม บ๊วย ทำให้กาแฟของผมได้กลิ่นหอมจากต้นพวกนี้ด้วยครับ เมื่อลิ้นได้สัมผัสกับความขมอ่อน ๆ ควันกาแฟที่ลอยฟุ้งโชยกลิ่นหอม แล้วร่างกายที่ปะทะกับความเย็นของหมอก ทั้งหมดคือคือส่วนผสมที่ลงตัวของร้านผมครับ”



แค่ฟังก็ฟินแล้ว ใครอยากไปชิมกาแฟแบบปะทะหมอก ก็จองคิวไปได้ที่เพจ Klu mi coffee กลึ มี กาแฟ นะจ๊ะ





















