จะเอาอะไรมาต้าน ถ้าล้มแล้วก็ให้เวลาเสียใจให้เต็มที่ แล้วจงเดินหน้ามันต่อไป เช่นน้องมิ้วคนนี้ เจ้าของโดนัทสไตล์ญี่ปุ่น เจ้าแรกของบางแสน ที่ธุรกิจนี้ เกิดขึ้นจาก คำว่าทุกข์ เพราะบริษัทที่ทำงาน จำเป็นต้องเลิกจ้าง เพราะแยบกไม่ไหว จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จนี้

จันเห็นกระแสโดนัทสไตล์ญี่ปุ่นนี้ เต็มโซเชียล จึงอดไม่ได้ ที่จะติดต่อไปหาเจ้าของร้าน คือน้องมิ้ง น.ส.กมลทิพย์ วงษ์แก้ว อายุ 22 ปี
ซึ่งน้องมิ้วได้บอกจุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้ว่า
เธอเริ่มทำร้านจาก ผิดหวังกับงานประจำ อยู่ในช่วงที่โควิคระบาดหนัก โดนจ้างออก เเละรู้สึกอยากหาอะไรที่เป็นนายตัวเองจึงเริ่มใช้ความถนัด และใจที่รัก หาหลู่ทาง
โดยเธอมีเเนวคิดเอามาจากชีวิตประจำวันคะ สังเกตร้านขนมต่างๆ ดูรีวิวขนมบ่อยคะ ชอบดูวิดีโอ vlog ของกินของต่างประเทศ เเละความรู้เอามาจากตอนเรียนด้วยคะ เพราะเธอเรียนจบ เอกธุรกิจภัตตาคารมา ได้เข้าครัวบ่อยๆรู้ตัวเองว่าถนัดทำของหวานคะ เเละพอเริ่มคิดจะทำจริงจังก็คิดสูตรขึ้นมา ก็หาจากอินเตอร์เน็ตประกอบด้วย โดนัทต้องมีอะไรบ้าง คิดสูตรใหม่ เอาอะไรออก เอาอะไรใส่เพิ่ม ลองทำทุกวัน 3 เดือน เกือบ 4 เดือน


เธอบอกว่าพอเริ่มทำด้วยความตั้งใจ ผลตอบรับดีมากคะ เหมือนเรามาถูกทางเเล้ว ทำให้ยอดขายเธออยู่ที่ 250,000 บาทต่อเดือนทะลุเป้าที่ตั้งไว้
แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ เธอต้องเรียนรู้ตลอดเวลา เธอบอกว่าอุปสรรคมีเกือบทุกวันเลย ขนมเป็นอะไรที่ต้องคอยดูสังเกตเเละเเก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าตลอด รวมถึงการขายหน้าร้านด้วย โดนลูกค้าด่ามาก็เยอะคะกว่าจะมาถึงตรงนี้

แต่เธอไม่ท้อ เพราะเธอมีคติประจำใจ ว่า เชื่อเรื่องที่เค้าบอกว่าให้ลงมือทำจริงๆ ถ้าวันนั้นลังเลไม่มั่นใจในตัวเอง ก็จะไม่มีวันนี้ได้เลย จริงๆ และอีกอย่างที่ทำให้ร้านเธอได้รับความนิยมเพราะ กระเเสโชเชียลด้วยที่มันมาไว เพราะภาพลักษณ์เเบรนด์ สีสันเเปลกใหม่ น่ารักเข้าถึงง่าย ใครเห็นก็สนใจคะ
ก่อนที่น้องมิ้วจะฝากถึงคนที่อยากทำธุรกิจ แต่ยังไม่กล้าพอว่า อย่าคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ ถ้าตั้งใจทำมันต้องสำเร็จสักวัน
โอ้ยยยยย ลูกเอ้ย จันยังอาย อายุแค่นี้ ความตั้งใจ และพลังเต็มเปี่ยมหลงรัก










