อย่าปล่อยจนเรื้อรัง! ใครจ้องจอเกิน 4 ชม./วัน? ระวังสุขภาพ “ตา” พัง
พอลลี่ อีจัน
23 ตุลาคม 2568

ใช้สายตาจ้องจอนานเกินไป เสี่ยง ตาพัง!
เมื่อวันที่ 22 ต.ค.68 ที่ผ่านมา เฟซบุ๊ก มูลนิธิหมอชาวบ้าน ได้ออกมาโพสต์เตือนภัยเกี่ยวกับอาการของสายตาที่เกิดจากพฤติกรรมของเรา อย่าง จ้องจอนานเกิน 4 ชั่วโมง/วัน ทำให้เกิดอาการตาล้า, ปวดเบ้าตา ซึ่งต้องบอกว่ามันอันตรายมากๆค่ะ


ต้องบอกแบบนี้ว่า ไม่ว่างวัยไหน เด็กหรือโต หรือแม้กระทั่งวัยที่ใช้สายตามากสุดอย่างวัยการทำงานก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ลองหยุดฟังกันสักนิด แล้วอ่าน 3 กฎเหล็ก แก้ “ตาล้า/ตาเมื่อย” ที่ต้องทำทันที
อาการตาล้า คือ สัญญาณอันตรายที่ดวงตาต้องการจะบอกเรา การเพ่งมองหน้าจอดิจิทัลติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไป ทำให้กล้ามเนื้อตาเกร็งตัวอย่างหนัก หากปล่อยทิ้งไว้ จะนำไปสู่อาการปวดหัวเรื้อรัง และภาวะตาแห้งรุนแรงได้ถึงเวลาปฏิบัติการกู้ภัยดวงตาด้วย 3 แนวทางเชิงรุก ที่ได้รับการยอมรับตามหลักการแพทย์
1. ใช้ “กฎ 20-20-20” เปลี่ยนวินัยการใช้สายตาตั้งแต่วินาทีนี้ทุกๆ 20 นาที ที่จ้องจอไม่ว่าจะเป็นมือถือหรือคอมพิวเตอร์ให้ละสายตา ออกไปมองวัตถุที่อยู่ไกลระยะ 20 ฟุต (ประมาณ 6 เมตร)เป็นเวลา 20 วินาที

2. บริหารความชุ่มชื้นตาด้วย “การกะพริบตา” ฝึกกะพริบตาแบบตั้งใจ กะพริบตาช้าๆ ให้เปลือกตาปิดสนิทและผ่อนคลายกล้ามเนื้อตา ทำเช่นนี้ทุกๆ 5 นาที หรือทันทีที่รู้สึกแสบตา
3. ปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม เพราะสภาพแวดล้อมในการใช้หน้าจอมีผลต่ออาการตาล้าโดยตรง เช่น ระยะห่างหน้าจอที่เหมาะสมควรถือมือถือหรือวางหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้ห่างจากดวงตาประมาณ 30-40 เซนติเมตร (ประมาณหนึ่งช่วงแขน) ลดความสว่างหน้าจอลงให้ใกล้เคียงกับความสว่างของห้อง ไม่ควรใช้โทรศัพท์ในที่มืดสนิท เพราะจะทำให้รูม่านตาขยายและรับแสงจ้าเข้าสู่ดวงตามากกว่าปกติ ตำแหน่งหน้าจอควรอยู่ต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อย (10-20 องศา) ช่วยลดการเปิดกว้างของเปลือกตา ทำให้ลดอัตราการระเหยของน้ำตา และลดอาการตาแห้งได้
ลองดูกันได้นะคะ เพราะการใช้สายตาไม่ว่าจะด้วยการเล่นมือถือหรือการทำงานก็ส่งผลกระทบโดยตรงกับดวงตาของเราทั้งนั้น อีจัน เป็นห่วงทุกคนเหมือนเดิมนะคะ
ที่มา: มูลนิธิหมอชาวบ้าน https://www.facebook.com/share/p/19yiidoq7i/