คุมหนัก! สนามบินคุมเข้มเข้าออก หลัง “ไวรัสนิปาห์” ระบาดในอินเดีย
พอลลี่ อีจัน
26 มกราคม 2569

ผวากันหมดเเล้วตอนนี้ หลังไวรัสตัวใหม่เเพร่ระบาดในประเทศอินเดีย
ก่อนหน้านี้หลังจากมีกระเเสที่ประเทศอินเดีย พบผู้ติดเชื้อไวรัสตัวใหม่ ชื่อ ไวรัสนิปาห์ ยอดเดิมเเล้ว 5 ราย เเละทางการของอินเดียต้องรีบกักกันคนในประเทศ เเละในรัฐที่ติดเชื้อกว่า 100 ชีวิต เพื่อตรวจสอบเชื้อเเละควบคุมการเเพร่กระจายของเชื้อโดยด่วน
ต่อมา กรมควบคุมโรคของประเทศไทย ได้ออกมาเตือนภัยว่า ตอนนี้อยู่ในช่วงเฝ้าระวัง ไวรัสตัวดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เเละจะต้องดำเนินการประสาน One Health ป้องกันการระบาด ซึ่งก็ได้มีการออกมาเผยเพิ่มเติมว่า อินเดียพบผู้ป่วยเพิ่ม ย้ำไทยคัดกรองเข้ม ขอประชาชนไม่ตื่นตระหนก ซึ่งเมื่อวันที่ 25 ม.ค.69 ที่ผ่านมา ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) ได้เตรียมความพร้อมด้านมาตรการคัดกรองโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) ภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดใน รัฐ West Bengal ซึ่งอยู่ในพื้นที่การเฝ้าระวังต่อเนื่อง โดยได้บูรณาการการดำเนินงานร่วมกับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ดำเนินการเชิงรุกตั้งจุดคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่กระจายของโรคอย่างใกล้ชิด


ปัจจุบัน ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) มีเที่ยวบินตรงจากพื้นที่ที่มีการระบาดและพื้นที่ดังกล่าว 1 สายการบิน สัปดาห์ละ 5 เที่ยวบิน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.)ได้เพิ่มมาตรการด้านสาธารณสุขภายในอาคารผู้โดยสาร อาทิ การเพิ่มวงรอบการทำความสะอาดพื้นที่และจุดสัมผัสร่วม รวมถึงการประสานการปฏิบัติงานร่วมกับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการ และผู้ปฏิบัติงานภายในท่าอากาศยาน



ตอนนี้ก็ต้องเฝ้าระวังกันอย่างใกล้ชิดนะคะเเละขอให้ประเทศไทยคุมสถานการณ์ได้ ไม่ทำให้เชื้อไวรัสนี้เข้ามาเเพร่กระจายในประเทศ
สำหรับเชื้อไวรัสนิปาห์ หลายคนอาจสงสัยว่าเชื้อนี้มีความรุนเเรงยังไงเเละเริ่มมาจากที่ไหน วันนี้อีจันนำข้อมูลจาก ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ระบุว่า….

โรคนิปาห์ ไม่ใช่โรคใหม่รู้จักกันมานาน ระบาดครั้งแรกในปี 2541 ที่ประเทศมาเลเซีย มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คน การระบาดในครั้งนั้นได้ทำการศึกษาวิจัยอย่างรวดเร็ว ทำให้ทราบว่า เริ่มเหตุเกิดจากภาวะเอลนิญโญมีภาวะแห้งแล้ง และมีการเผาป่ากันมากในสุมาตรา อินโดนีเซีย ควันไฟมีอิทธิพลทำให้ค้างคาวบินหนีขึ้นทางทิศเหนือ มาอยู่ในมาเลเซีย (เป็นข้อสันนิษฐาน) ค้างคาวกินผลไม้ และผลไม้นั้นหล่นลงมาในคอกหมู หมูกินผลไม้นั้นต่อ เลยเกิด การระบาดในหมูเเละจากหมูจึงมาสู่คน


เหตุเกิดครั้งแรกที่ริมแม่น้ำ สุไหง นิปาห์ “สุไหง” แปลว่าแม่น้ำ คือแม่น้ำนิปาห์ นั่นเอง จึงได้ตั้งชื่อไวรัสนี้และโรคนี้ตามชื่อแม่น้ำ นิปาห์ ในการระบาดครั้งนั้นมีการฆ่าทำลายหมูมากกว่า 1 ล้านตัว และมีผู้ป่วย เป็นหลักร้อย กว่าจะรู้ว่ามาจากหมูเพราะผู้ป่วยเกือบทุกคนมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับหมู เช่นคนฆ่าหมู เลี้ยงหมู ขับรถส่งหมู โรคได้ระบาดลงทางทิศใต้ของมาเลเซีย เข้าสู่สิงคโปร์ ไม่ได้ระบาดขึ้นเหนือ เพราะ มีมุสลิมอยู่ทางภาคเหนือมากกว่าทางภาคใต้ และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นแนวแบ่งเขต ทำให้โรคไม่ระบาดเข้าสู่ประเทศไทย เพียงเข้าสู่สิงคโปร์เท่านั้น หลังจากทำลายหมู มากกว่า 1 ล้านตัวก็สามารถควบคุมโรคนี้ได้ และเป็นที่ทราบดีว่าไวรัสนี้อยู่ในค้างคาวและค้างคาวเป็นสัตว์ที่บินไปมาได้ไกล
หลังจากนั้นก็มีโรคระบาดประปราย โดยเฉพาะในเอเชียใต้ และบางประเทศ มาโดยตลอด แต่ส่วนใหญ่จะพบเป็นรายๆ และโรคนี้ถือว่า เป็นโรคที่มีอัตราตายสูง
โรคนิปาห์ ที่ระบาดอยู่ในอินเดียนั้น อย่างที่ทราบกันดี ว่าก่อนหน้านี้ก็มีการระบาดประปราย แต่ไม่เป็นกลุ่มก้อนเท่าครั้งนี้ การระบาดมักจะมาจากค้างคาวเข้าสู่มนุษย์ โรคนี้สามารถที่จะติดต่อระหว่างมนุษย์สู่มนุษย์ได้ ทางการสัมผัสสิ่งคัดหลั่ง แต่พบได้ค่อนข้างน้อย จึงไม่ระบาดเป็นวงกว้าง และถือว่าเป็น โรคโรคหนึ่งที่ระบาดจากสัตว์สู่คน เมื่อเราติดเชื้อเเล้วอาการของมันก็จะมีตั้งเเต่ ไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว หายใจหอบได้ ซึ่งจะมีระยะฟักตัวสั้นประมาณ 4-5 วัน และโรคจะรุนแรงทรุดลงอย่างรวดเร็ว ไม่มีวิธีรักษาโดยตรง การรักษาจะเป็นการรักษาตามอาการประคับประคอง จึงทำให้เกิดการเสียชีวิตสูง ถึงร้อยละ 40-50%


การป้องกันที่ดีที่สุด จึงเป็นการป้องกันจากสัตว์สู่คน เช่นการไม่ไปสัมผัสกับสัตว์ป่า โดยเฉพาะจำพวกค้างคาว หลีกเลี่ยงการรับประทานผลไม้ที่มีรอยฟันสัตว์แทะหรือร่วงหล่นตามพื้น ล้างผลไม้ให้สะอาดทุกครั้งก่อนการบริโภค การปลอกเปลือกผลไม้โดยเฉพาะในฤดูมะม่วง จะเป็นการป้องกันที่ดี หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ป่วย โดยเฉพาะหมู ค้างคาว ควรมีการป้องกันอย่างเต็มที่ และดูแลเรื่องอนามัยเเละความสะอาด
สำหรับเชื้อไวรัสนี้ ยังมาไม่ถึงประเทศไทยนะคะ เพราะฉะนั้นอย่าตื่นตระหนก เพราะโรคนี้ยังไม่เคยพบในคนไทย
ที่มา: เฟซบุ๊ก Yong Poovorawan , เฟซบุ๊ก กรมควบคุมโรค