“RSV-ไข้หวัดใหญ่” ปี 68 ดุ ติดเชื้อพุ่ง-ตายเพิ่ม

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

22 กันยายน 2568

“RSV-ไข้หวัดใหญ่” ปี 68 ดุ ติดเชื้อพุ่ง-ตายเพิ่ม

ลูกใครหลานใคร ระวังด้วยนะคะ ตอนนี้โรคระบาดรุนแรงมากค่ะ! 

เมื่อวันที่ 21 ก.ย.68 ที่ผ่านมา  เว็บไซต์กรมควบคุมโรค ได้ออกมาเผยยอดการป่วยและตายเพิ่มขึ้นของโรค RSV และโรคไข้หวัดใหญ่  ซึ่งยังมีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝนนี้  

 

นายแพทย์ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค เผยว่า ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา พบว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (7–13 ก.ย.68) มีการระบาดของโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะ “โรคไข้หวัดใหญ่” และ “โรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV)” ซึ่งมีแนวโน้มพบผู้ป่วยมากขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อน โดยมีรายงานผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่  เพิ่มขึ้น 30,055 ราย และ ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) เพิ่มขึ้น 3,454 ราย สถานการณ์โรคตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.–20 ก.ค.68 พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สะสม 555,074 ราย เสียชีวิต 59 ราย กลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด 3 อันดับแรก คือ กลุ่มอายุ 5–9 ปี (2,874.80) รองลงมาเป็น 0–4 ปี (2,395.00) และ 10–14 ปี (1,959.10) ตามลำดับ ส่วนโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) พบผู้ป่วยสะสม 16,145 ราย เสียชีวิต 2 ราย กลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด คือ 0–4 ปี (467.10) รองลงมาเป็นกลุ่มอายุ 5–9 ปี (48.90) และ 10–14 ปี (4.20) ตามลำดับ 

ซึ่งทั้ง 2 โรคนี้เป็นโรคติดต่อที่ระบาดในช่วงฤดูฝนและจะเกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อนได้ง่าย โดยเฉพาะในโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และสถานที่ชุมชน กลุ่มเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวังซึ่งอาจนำไปสู่การเจ็บป่วยรุนแรง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว แม้ว่าทั้งสองโรคจะมีอาการใกล้เคียงกัน  

อาการผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ มักมีไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ ร่วมกับอาการไอแห้ง และเจ็บคอ ส่วนอาการของผู้ป่วย RSV มักเริ่มจากมีไข้ ไอ น้ำมูกไหล แต่ที่น่ากังวลคืออาการทางระบบหายใจ เช่น หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีด (wheezing) โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ทำให้กินนมได้น้อย ซึมลง หรือมีอาการซี่โครงบุ๋มขณะหายใจ อันนี้ควรรีบไปพบแพทย์ทันที  ขอเน้นย้ำให้ทุกคนป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด สวมแมสก์เมื่อไอจาม หรืออยู่ในสถานที่แออัดหรือที่ที่มีกลุ่มคนจำนวนมาก หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วย  หากมีอาการไข้ ไอ หายใจลำบากหรือซึม ควรหยุดเรียนและรีบไปหาหมอทันที   

ตอนนี้โรคที่ป่วยง่ายก็รุนแรงได้เหมือนกัน ขอแค่ให้ทุกคนดูแลสุขภาพให้ดีนะคะ ‘อีจัน’ เป็นห่วงค่ะ   

ที่มา: เว็บไซต์กรมควบคุมโรค  https://www.ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=55691&deptcode=brc&news_views=381