เตือนภัยโรค! ถ้าท้องผูก-แน่นท้อง-อืดบ่อย อาจเสี่ยง ลำไส้ตีบระยะเริ่มต้น 

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

11 กุมภาพันธ์ 2569

เตือนภัยโรค! ถ้าท้องผูก-แน่นท้อง-อืดบ่อย อาจเสี่ยง ลำไส้ตีบระยะเริ่มต้น 

อาการเเบบนี้ไม่เล่นเเล้วค่ะ! ใครที่ชอบท้องผูก แน่นท้อง อืดบ่อย ๆ เนี้ยๆอันตรายมากเลยนะ 

วันนี้ (10 ก.พ.69) นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เตือนภัยสุขภาพเกี่ยวกับอาการที่คนชอบเป็น เช่น ท้องผูก แน่นท้อง อืดบ่อย ๆ ซึ่งเสี่ยงต่อระบบภายในเราจะพังลงทุกทีๆ ผ่านเฟซบุ๊กชื่อ “หมอเจด” ระบุว่า… 

หลายคนมีอาการท้องผูก แน่นท้อง อืดบ่อย ๆ แล้วคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก เดี๋ยวก็ดี กินยาระบาย ดื่มกาแฟ หรือปล่อยผ่านไปเรื่อย ๆ แต่รู้ไหมว่า ลำไส้ตีบในระยะเริ่มต้น มักแสดงอาการคล้ายท้องผูกธรรมดามาก จนคนส่วนใหญ่ไม่ทันระวัง พอรู้ตัวอีกที อาการรุนแรงจนกระทบการใช้ชีวิตแล้ว วันนี้เลยจะพามาดูว่าอาการลำไส้ตีบเป็นแบบไหน และดูแลตัวเองยังไงได้บ้าง 

ซึ่ง “ลำไส้ตีบ” คือภาวะอุดกั้นในลำไส้ ที่ทางเดินในลำไส้แคบลง ทำให้อุจจาระ แก๊ส และอาหารเคลื่อนผ่านได้ยากกว่าปกติ เหมือนท่อที่เริ่มตัน ทำให้เกิดอาการท้องผูก แน่น อืด และปวดบิดเรื้อรัง สาเหตุอาจเกิดจากพังผืดหลังผ่าตัด การอักเสบเรื้อรัง เช่น Crohn’s disease เนื้องอกหรือมะเร็งลำไส้ ติ่งเนื้อขนาดใหญ่ หรือแม้แต่ลำไส้ที่ถูกกดเบียดจากภายนอก ซึ่งถ้าเริ่มตีบมากขึ้น จะเสี่ยงอุดตันและเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ 

หลายคนพอมีอาการก็ยังเฉยค่ะเเต่อยากให้ลองเช็กตัวเองดูก่อนดีมั้ยคะว่า สัญญาณลำไส้ตีบ มันจะเป็นยังไงเเล้วจะรุนเเรงเเค่ไหน? 

1.ถ่ายยากเรื้อรัง แต่ยิ่งเบ่งยิ่งไม่ออก อันนี้ไม่ใช่แค่ไม่ถ่าย 2–3 วันนะ แต่เป็นการถ่ายไม่สุด ถ่ายออกมาแค่นิดเดียว ต้องใช้แรงเบ่งมาก รู้สึกเหมือนมีสิ่งกีดขวางอยู่ภายใน บางคนรู้สึกโล่งแค่ชั่วคราวแล้วกลับมาแน่นอีก อาการแบบนี้มักไม่ดีขึ้นแม้เพิ่มใยอาหาร เพราะสาเหตุจริงคือทางเดินอุจจาระแคบลง ไม่ใช่ลำไส้ขี้เกียจ 

2. ท้องอืด แน่น จุก หลังอาหารแทบทุกมื้อ อาการจะชัดหลังทานอาหาร โดยเฉพาะมื้อใหญ่หรืออาหารย่อยยาก รู้สึกแน่น อิ่มเร็ว จุกใต้ลิ้นปี่หรือรอบสะดือ ลมเดินไม่สะดวก ผายลมยาก ทำให้ท้องป่องตลอดวัน หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นกระเพาะอาหารหรือกรดไหลย้อน แต่จริง ๆ แล้วอาหารและแก๊สถูกค้างอยู่ในลำไส้ เพราะผ่านจุดตีบได้ช้ากว่าปกติ อาการจึงเป็นซ้ำ ๆ ทุกมื้อ ไม่ใช่แค่บางวัน 

3. ปวดบิดเป็นพัก ๆ เหมือนลำไส้พยายามดันของเสีย ลักษณะปวดจะไม่ใช่ปวดตื้อ ๆ แต่เป็นปวดเกร็ง ปวดบิดเป็นจังหวะ โดยเฉพาะหลังอาหารหรือตอนที่ลำไส้เริ่มเคลื่อนไหว ร่างกายกำลังพยายามบีบตัวแรงขึ้นเพื่อดันของเสียผ่านบริเวณที่ตีบ ทำให้ปวดเป็นพัก ๆ และมักปวดแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตามเวลา ต่างจากลำไส้แปรปรวนที่อาการจะทุเลาเมื่อถ่ายหรือผ่อนคลายความเครียด 

4. น้ำหนักลด เบื่ออาหาร รูปแบบการถ่ายเปลี่ยนไป เริ่มกินได้น้อยลง เพราะกลัวแน่น กลัวปวดท้อง บางคนเบื่ออาหารโดยไม่รู้ตัว น้ำหนักค่อย ๆ ลด อุจจาระเปลี่ยนลักษณะ เช่น เล็กลง แบนลง หรือถ่ายไม่สม่ำเสมอ สลับท้องผูกกับท้องเสีย อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนว่าลำไส้เริ่มมีปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่แค่ระบบขับถ่ายรวนจากพฤติกรรมชั่วคราว 

อาการค่อนข้างชัดเจนเลยค่ะ ใครที่ไม่อยากเป็นเเบบนี้ต้องระวังด้วยนะคะ  อย่าปล่อยให้เป็นเเบบนี้นะ… 

– อย่าปล่อยท้องผูกเรื้อรังนานเกิน 2–3 สัปดาห์ โดยไม่หาสาเหตุ 

– กินใยอาหารให้พอจากผัก ผลไม้ ธัญพืช และดื่มน้ำมากพอเพื่อให้อุจจาระนิ่ม 

– ลดอาหารแปรรูป ของทอด เนื้อแดงปริมาณมาก เพราะเพิ่มการอักเสบในลำไส้ 

– ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ 

– หากมีสัญญาณอันตราย เช่น ถ่ายเป็นเลือด น้ำหนักลดเร็ว ปวดท้องรุนแรง อาเจียน หรือท้องอืดไม่ยุบ ควรรีบพบแพทย์และส่องกล้องตรวจ เพราะลำไส้ตีบอาจเป็นสัญญาณของโรคที่ต้องรักษาเร็ว  

ถ้าเป็นท้องผูกธรรมดาส่วนใหญ่จะดีขึ้นเมื่อเราปรับการกิน ดื่มน้ำ และขยับร่างกาย  

แต่ถ้ามีอาการ แน่นทุกมื้อ ปวดบิดเป็นพัก ๆ ถ่ายยากเรื้อรัง น้ำหนักลด หรือรูปแบบอุจจาระเปลี่ยน อย่ามองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณลำไส้ตีบระยะต้น  อย่าลืมดูเเลสุขภาพด้วยนะคะ  

ที่มา: เฟซบุ๊ก  หมอเจด