“หนุ่ม กรรชัย” ป่วยหนักด้วยโรคนิ่วในถุงน้ำดี หมอ ชี้ โรคนี้อันตรายยังไง?
พอลลี่ อีจัน
31 ตุลาคม 2568

อีจัน ขอให้พี่หนุ่มหายไวๆนะคะ!
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ มีกระเเสข่าวที่ทำเอาชาวเน็ตเเห่เป็นห่วงพี่หน่วงกันถ้วนหน้า เพราะล้มป่วยหนักจนต้องพักยาว
โดย หมวย อริสรา กำธรเจริญ ผู้ประกาศข่าวช่อง 3 เผยกับแฟนข่าวที่สงสัยว่า หนุ่ม กรรชัย หายหน้าไปไหนจากรายการ โดยหมวย อริสรา แจ้งข่าวว่า พี่หนุ่มฝากมาบอกท่านผู้ชม พี่หนุ่มมีอาการอ่อนเพลีย มีไข้มาหลายวัน และเมื่อวานนี้ปวดท้องแบบที่ไม่เคยปวดมาก่อนเลยในชีวิต จึงไปหาหมอ เจาะเลือด พบว่าค่าตับสูง ก็ได้มีการตรวจเช็กร่างกายเบื้องต้น โดยคุณหมอสันนิษฐานว่า เป็นนิ่วในถุงน้ำดีที่หลุดไปอุดที่ท่อน้ำดี ทำให้เกิดอาการอักเสบ ตอนนี้อยู่ระหว่างประเมินการรักษา พี่หนุ่มแอดมิทเข้าโรงพยาบาลเมื่อคืน บอกว่าแทบไม่ได้นอนเลยทั้งคืน อาจจะต้องพักอีกสักระยะหนึ่ง
ล่าสุดวันนี้ (31 ต.ค.68) นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ชี้เเจงเกี่ยวกับประเด็นนี้ พร้อมกับตอบข้อสงสัยว่าโรคที่พี่หนุ่มเป็นคืออะไรบ้าง มีปัจจัยอะไรบ้าง? ผ่านเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด ระบุว่า…

จากข่าวอาการป่วยของพี่หนุ่ม กรรชัย ที่ปวดท้องรุนแรง มีไข้ และตรวจพบค่าไตสูง หมอสันนิษฐานว่าเกิดจากนิ่วในถุงน้ำดีที่หลุดไปอุดท่อน้ำดีฟังดูเหมือนเรื่องเล็ก ๆ แต่จริง ๆ แล้วภาวะนี้อันตรายกว่าที่คิดเพราะ“นิ่วในถุงน้ำดี” กับ “นิ่วในท่อน้ำดี” แม้จะเป็นนิ่วเหมือนกัน แต่ตำแหน่งที่มันไปอุดตัน เสี่ยงแบบไหนอันตรายกว่ากัน ผมขอจะมาอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ
อันดับเเรก ต้องก่อนว่าน้ำดีทำงานแบบไหน ร่างกายเรามีตับสร้างน้ำดี แล้วส่งมาพักไว้ที่ถุงน้ำดีเพื่อช่วยย่อยไขมัน เมื่อเรากินของมัน ถุงน้ำดีจะบีบตัว ปล่อยน้ำดีผ่านท่อน้ำดีไปยังลำไส้เล็ก แต่ถ้าในระบบนี้เกิดก้อนนิ่วขึ้นมาเมื่อไร มันจะเหมือนมีเศษหินไปขวางทางน้ำดีให้ไหลไม่สะดวก
เเล้วถ้าตอบคำถามต่อไปว่า นิ่วในถุงน้ำดี vs นิ่วในท่อน้ำดี เเตกต่างกันยังไง?
-นิ่วในถุงน้ำดี (Gallstone): มักเกิดจากน้ำดีที่เข้มข้นเกินไปจนตกตะกอน ก้อนนิ่วนั้นขังอยู่ในถุงน้ำดีเฉย ๆ บางคนอยู่ไปทั้งชีวิตก็ไม่รู้ตัว
-นิ่วในท่อน้ำดี (CBD Stone): คือก้อนนิ่วที่หลุดจากถุงน้ำดีมาอุดอยู่ในท่อน้ำดีหลัก ซึ่งอันนี้อันตรายกว่า เพราะเป็นเส้นทางหลักที่น้ำดีจากตับต้องไหลผ่าน ผลคือเกิดอาการอุดตัน น้ำดีคั่ง และถ้าเชื้อแบคทีเรียเข้าไป ก็อาจลุกลามถึงขั้นติดเชื้อในกระแสเลือดได้

ซึ่งถ้าเกิดว่าเป็นขึ้นมาเเล้ว อาการที่ต้องระวัง
-นิ่วในถุงน้ำดี:
– ปวดชายโครงขวาหลังมื้ออาหารมัน ๆ
– ปวดจุกแน่น อาจร้าวมาที่สะบัก
-คลื่นไส้ อาเจียน แต่ยังไม่มีไข้สูงหรือตัวเหลืองในระยะแรก
-นิ่วในท่อน้ำดี:
– ปวดท้องรุนแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะใต้ชายโครงขวา
– มีไข้ หนาวสั่น
– ตัวเหลือง ตาเหลือง
ปัสสาวะสีเข้ม / อุจจาระสีซีด
อาการแบบนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นภาวะ ท่อน้ำดีอักเสบเฉียบพลันได้ ทั้งนี้ในส่วนของค่าไตถึงขึ้นในภาวะนี้? เวลาน้ำดีคั่งและติดเชื้อ ร่างกายจะเกิดภาวะอักเสบรุนแรงทั่วร่างกาย เลือดที่ควรไปเลี้ยงไตกลับลดลง ทำให้เกิดไตวายเฉียบพลัน ดังนั้นค่าไตที่สูงขึ้นในเคสแบบนี้ ไม่ใช่เพราะโรคไตโดยตรง แต่เป็นผลจากร่างกายช็อกจากการติดเชื้อ
ในส่วนของการรักษา ซึ่งก็มีอยู่ 2 อย่างคือ
ยังไม่อุดตัน: หมอมักเฝ้าดูอาการ หรือวางแผนผ่าตัดส่องกล้องเอาถุงน้ำดีออก
อุดตันแล้ว: ต้องระบายน้ำดีด่วน โดยใช้วิธี ERCP (ส่องกล้องผ่านปาก) เพื่อคีบเอาก้อนนิ่วออก ลดการอักเสบ
เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว จึงผ่าตัดเอาถุงน้ำดีต้นเหตุออก เพื่อไม่ให้นิ่วกลับมาอีก เเละการป้องกันไม่ให้นิ่วกลับมา คือ ควบคุมน้ำหนัก ไม่อดอาหารหรือไดเอตหักโหม , ลดของทอด เครื่องใน และอาหารไขมันสูง


ดื่มน้ำมากพอเพื่อให้ระบบน้ำดีไม่ข้น , กินผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสีให้มากขึ้น , ถ้ามีอาการปวดหลังอาหารมัน ๆ ซ้ำ ๆ อย่าชะล่าใจ รีบตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้อง
บอกเลยว่า โรคมันอันตรายมากจริงๆค่ะ อย่างเคสของพี่หนุ่มเองก็น่าห่วงเหมือนกัน อีจันก็ขอให้พี่หนุ่มหายไวๆ เเละขอให้ลูกเพจทุกคนดูเเลตัวเองอย่างดีที่สุดด้วยนะคะ
ที่มา: เฟซบุ๊ก หมอเจด https://www.facebook.com/share/p/1BRZzVLsv6/