ภัยนักดื่มตัวฉมัง! รู้มั้ย? เบียร์ -เหล้าขาว -ไวน์ อะไรกระตุ้นเก๊าท์แรงสุด?

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

9 กุมภาพันธ์ 2569

ภัยนักดื่มตัวฉมัง! รู้มั้ย? เบียร์ -เหล้าขาว -ไวน์ อะไรกระตุ้นเก๊าท์แรงสุด?

เอาล่ะสายดื่ม ดื่มกันสนุกปากเเต่ลองเช็กร่างกายดูหน่อยมั้ยว่าเสียอะไรไปเเล้วบ้าง?  

เมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 ที่ผ่านมา เฟซบุ๊ก หมอเก่งกระดูกและข้อ ได้ออกมาเตือนภัยเกี่ยวกับการดื่มเครื่องดื่มเเอลกอฮอล์ที่ส่งผลเสียต่อร่างกายมากที่สุด เช่น เบียร์  เหล้าขาว หรือเเม้เเต่ ไวน์ ซึ่งคงสงสัยกันว่า มันมีผลกระทบส่วนไหน เดี๋ยวเรามาดูกันค่ะ 

เรามาเตือนสายนักดื่มกันค่ะ รู้มั้ยว่า เบียร์ vs เหล้าขาว vs ไวน์ แอลกอฮอล์ชนิดไหนกระตุ้นเก๊าท์แรงที่สุด? 

ซึ่งได้มีผู้ป่วยชายมาบอกกับคุณหมอว่า…….. 

“คุณหมอครับ ผมเลิกกินไก่ เลิกกินเครื่องในตามที่หมอบอกเป๊ะๆ เลยนะ แต่เมื่อคืนแค่ไปสังสรรค์กับเพื่อน ดื่มไปไม่กี่แก้ว ตื่นมาตอนเช้าข้อเท้าบวมเป่ง เดินไม่ได้เลยครับ สรุปว่าคนเป็นเก๊าท์นี่ห้ามดื่มเหล้าดื่มเบียร์ตลอดชีวิตเลยหรือเปล่า?” 

หลายคนยอมอดของอร่อยแต่ไม่ยอมอดดื่ม เพราะงานสังคมหรือความชอบส่วนตัว แต่ความจริงที่น่าตกใจคือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ละชนิด มีอานุภาพในการทำลายข้อต่อของคุณไม่เท่ากันครับ วันนี้จะมาเจาะลึกให้ดูว่า แอลกอฮอล์แต่ละชนิดมีกลไกทำร้ายร่างกายคุณต่างกันอย่างไร และตัวไหนคือ “ตัวร้าย” ที่สุดสำหรับชาวเก๊าท์ 

ก่อนจะไปดูว่าชนิดไหนแรงที่สุด เราต้องเข้าใจกลไกพื้นฐานที่แอลกอฮอล์ทำร้ายข้อต่อเราก่อนครับ เมื่อแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกาย มันจะเกิดกระบวนการที่เรียกว่า “Double Trouble” หรือเคราะห์ซ้ำกรรมซ้อน เร่งการสร้างยูริค แอลกอฮอล์จะกระตุ้นการสลายตัวของสาร ATP ในเซลล์ ซึ่งกระบวนการนี้จะปลดปล่อยสาร “พิวรีน” ออกมาปริมาณมาก ส่งผลให้ร่างกายผลิตกรดยูริคพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว 

1. ขัดขวางการขับออก: เมื่อตับย่อยแอลกอฮอล์ จะเกิดสารที่ชื่อว่า “แลคเตท” (Lactate) สารตัวนี้จะไปแย่งที่กับกรดยูริคที่บริเวณไต ทำให้ไตเลือกขับแอลกอฮอล์ทิ้งก่อน และกักเก็บกรดยูริคกลับคืนสู่กระแสเลือดแทน 

2. ภาวะขาดน้ำ: แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ เมื่อร่างกายขาดน้ำ เลือดจะข้นขึ้น ทำให้กรดยูริคที่มีอยู่แล้วตกตะกอนเป็น “ผลึกเข็ม” ได้ง่ายขึ้น 

3. เจาะลึกความร้ายกาจ: ทำไมแต่ละชนิดถึงมีผลต่างกัน? ทำไมเบียร์ถึงน่ากลัวที่สุด?  

เพราะเบียร์มี “พิวรีน” สูงมากเป็นพิเศษ ในขณะที่แอลกอฮอล์ชนิดอื่นมีแค่ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เพียงอย่างเดียว แต่เบียร์ผลิตจากการหมักธัญพืชและยีสต์ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของพิวรีนที่เข้มข้นมาก โดยเฉพาะสารที่ชื่อว่า Guanosine สารตัวนี้จะถูกร่างกายเปลี่ยนเป็นกรดยูริคได้ง่ายและเร็วที่สุด 

สรุปง่ายๆก็คือ   

1.เบียร์ = (แอลกอฮอล์ที่ขัดขวางการขับยูริค) + (พิวรีนปริมาณมหาศาลจากยีสต์) จึงไม่แปลกที่ดื่มเบียร์เพียงไม่กี่แก้ว อาการเก๊าท์จะกำเริบทันที 

2. เหล้าขาว / วิสกี้ / สุรากลั่น (Spirits): ตัวร้ายสายโหด (The Silent Attacker) เพราะเหล้าขาวหรือวิสกี้ แม้จะไม่มีพิวรีนสูงเท่าเบียร์ (เพราะผ่านกระบวนการกลั่นจนพิวรีนหายไปเกือบหมด) แต่ตัวมันเองมีความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ (Ethanol) สูงมาก ความเข้มข้นที่สูงนี้จะไปเร่งกระบวนการสลาย ATP ในร่างกายให้กลายเป็นยูริคได้มากกว่าการดื่มเบียร์เสียด้วยซ้ำในเชิงปริมาณแอลกอฮอล์ที่เท่ากัน เเละแอลกอฮอล์ดีกรีแรงๆ จะทำให้ร่างกายขาดน้ำอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระดับยูริคในเลือดพุ่งขึ้นแบบฉับพลัน (Uric Acid Spike) ซึ่งการที่ระดับยูริคแกว่งขึ้นลงเร็วๆ แบบนี้คือตัวจุดชนวนให้เม็ดเลือดขาวเข้ามาโจมตีข้อจนปวดปางตาย 

– 3. ไวน์ (Wine): ตัวร้ายที่ดูเบาที่สุด (The Lesser Evil) งานวิจัยในปัจจุบันพบว่า การดื่มไวน์ (โดยเฉพาะไวน์แดง) ในปริมาณที่พอเหมาะ (ไม่เกิน 1-2 แก้วเล็ก) ส่งผลต่อระดับยูริคน้อยกว่าเบียร์และเหล้าขาวอย่างชัดเจน  เชื่อว่าในไวน์แดงมีสารโพลีฟีนอล (Polyphenols) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจจะช่วยลดการอักเสบได้บ้าง และไวน์ไม่มีพิวรีนจากยีสต์หลงเหลืออยู่มากเท่าเบียร์ 

เพราะฉะนั้นการดื่มไวน์ถึงเเม้จะดูเบาที่สุด แต่หากดื่มมากกว่า 2 แก้วขึ้นไป ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ในไวน์ก็จะเริ่มไปขัดขวางการขับยูริคที่ไต และกระตุ้นให้อาการปวดกำเริบได้เช่นกัน 

– อาการแสดงและการวินิจฉัย (Investigation)  การตรวจเลือด: เพื่อดูระดับกรดยูริค และตรวจค่าไต (Creatinine) เพราะแอลกอฮอล์อาจทำให้ไตทำงานหนักจนขับยูริคไม่ได้ หรือการอัลตราซาวด์ข้อ (Ultrasound): หมอจะใช้ส่องดูว่ามี “ผลึกยูริค” (Double Contour Sign) ไปเกาะสะสมตามข้อมากน้อยแค่ไหน เพื่อประเมินความเสี่ยงในการกำเริบครั้งต่อไป 

การรักษาเบื้องต้น: ดื่มน้ำเปล่าให้มากที่สุด (วันละ 3 ลิตร) เพื่อชดเชยน้ำที่เสียไปและช่วยไตขับยูริค หรือ การใช้ยา: ทานยาต้านการอักเสบตามที่แพทย์สั่ง (ระวังการใช้ยากลุ่ม NSAIDs หากมีปัญหาเรื่องไตหรือกระเพาะ) 

นั่นเเหละค่ะภัยร้ายของคนชอบดื่ม ยิ่งดื่มมากเท่าไรก็อาจส่งผลเเย่ต่อร่างกายมากเท่านั้น เตือนสายดื่มก็ระวังๆกันด้วยนะคะ  

ที่มา: เฟซบุ๊ก หมอเก่งกระดูกและข้อ  https://www.facebook.com/share/p/1AqLV6xhRS/