นี่เเหละภาวะที่อาจอันตราย! หมอ เตือน โรคคล้ายคนเมา เเต่ไม่ได้ดื่มเหล้า-เบียร์  

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

16 มกราคม 2569

นี่เเหละภาวะที่อาจอันตราย! หมอ เตือน โรคคล้ายคนเมา เเต่ไม่ได้ดื่มเหล้า-เบียร์  

ใครมีภาวะนี้ ต้องเช็กตัวเองด่วนๆเลยค่ะ!  

วันนี้(16 ม.ค.69)  ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท โพสต์ผ่าน เพจ สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ เกี่ยวกับ โรคสุดหายาก ที่มีอาการเเบบนี้ เมาทั้งที่เราไม่ได้ดื่มสุรา  โดยระบุข้อความว่า 

ทีมนักวิจัยจาก Mass General Brigham และ UC San Diego ได้ตีพิมพ์งานวิจัยล่าสุดในวารสาร Nature Microbiology ลำไส้ของเราบางคนอาจมี “จุลินทรีย์” ที่สามารถเปลี่ยน คาร์โบไฮเดรต เช่น ขนมปัง ข้าว หรือแป้ง เป็น “แอลกอฮอล์” ได้! พูดง่ายๆ คือ… 

แค่ทานก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชาม แล้วให้ “เจ้าจุลินทรีย์สายหมัก” ทำงาน ก็อาจมีแอลกอฮอล์ออกมาวิ่งในกระแสเลือด จนปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด (BAC) สูงพอเหมือนคนที่เพิ่งดื่มเบียร์ไปครึ่งลังได้เลย มันไม่ได้เจอบ่อย แต่ก็อาจเจอได้ แบคทีเรียและยีสต์ในลำไส้ เช่น Klebsiella pneumoniae และ Saccharomyces cerevisiae คือเหตุ โดยเฉพาะในคนที่ลำไส้มีสภาวะไม่สมดุล เช่น เคยใช้ยาปฏิชีวนะบ่อย มีโรคตับ หรือมีภาวะลำไส้รั่ว (leaky gut) จุลินทรีย์พวกนี้อาจเจริญเติบโตจน “ผลิตแอลกอฮอล์ภายในร่างกาย” ได้มากผิดปกติ 

งานวิจัยนี้ยังทดลองยืนยันว่า เมื่อให้อาหารที่มีแป้งกับแบคทีเรียเหล่านี้ในหลอดทดลอง ทำให้มีการผลิตแอลกอฮอล์จริงและสามารถพบในเลือดของผู้ป่วย  แม้ Auto-Brewery Syndrome จะเกิดได้น้อยมาก แต่อันตรายนะ  เพราะมันอาจทำให้ผู้ป่วย…ถูกเข้าใจผิดว่า “ดื่มแอบๆ” 

ขับรถแล้วเกิดอุบัติเหตุโดยไม่รู้ตัว มีอาการคล้ายเมาเรื้อรัง เช่น เบลอ ขาดสมาธิ ซึมเศร้า ตรวจหาเหตุไม่เจอ อาการเหมือนเมา แต่ไม่ได้ดื่ม  

ถูกปฏิเสธการรักษาหรือเข้าใจว่าโกหกในสถานการณ์ทางการแพทย์ ในต่างประเทศ มีผู้ป่วยบางรายที่ “ตรวจแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกินกฎหมายกำหนด” ทั้งที่ไม่เคยดื่มเลย บางรายถึงกับต้องขึ้นศาล 

แต่ ภาวะนี้แม้จะน่ากลัว แต่ ควบคุมได้ ปรับอาหารลดคาร์โบไฮเดรตง่าย หลีกเลี่ยงน้ำตาล ปรับสมดุลจุลินทรีย์: ใช้ probiotics หรือยาฆ่าเชื้อเฉพาะ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง หากสงสัยอาการคล้ายเมาโดยไม่ทราบสาเหตุโลกเรามี โรคแปลกจริง 

เเล้วลูกเพจคนไหนที่มีอาการเเบบนี้อยู่บ้างคะ? อาการที่เมาเเบบที่เราไม่ได้เเตะเเอลกอฮอล์เลย มันน่าเเปลกจริงๆ ลองมาเเชร์กันหน่อยนะคะ 

ที่มา: เฟซบุ๊ก สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์