“ตาปลา” โรคทางผิวหนังที่สร้างความเจ็บปวด พร้อมวิธีการรักษา
พอลลี่ อีจัน
10 ตุลาคม 2568

“ตาปลา” โรคทางผิวหนังที่สร้างความเจ็บปวดอย่างมาก!
วันนี้(10 ต.ค.68) เพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิหมอชาวบ้าน ได้ออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับการเป็นโรคผิวหนังอย่าง “ตาปลา” ซึ่งเป็นปัญหากวนใจ เดี๋ยวเรามาดูกันค่ะว่า ตาปลาในที่นี้คืออะไร?


“ตาปลา” ปัญหากวนใจ ถือเป็นโรคทางผิวหนังชนิดหนึ่งที่สร้างความเจ็บปวดให้กับผู้ที่เป็นจำนวนไม่น้อย โดยสาเหตุการเกิดตาปลานั้นส่วนมากมักจะเกิดจากการเสียดสีบริเวณผิวหนังติดต่อกันเป็นเวลานาน จนทำให้เนื้อเยื่อชั้นบนเกิดความหนาและนูนขึ้นมาเป็นตุ่มคล้ายกับตาของปลา
ตาปลามีด้วยกัน 2 ชนิด คือ
1. ตาปลาชนิดตุ่มเล็กและมีแกนตรงกลาง (hard corn) เกิดจากการกด โดยเฉพาะบริเวณปุ่มกระดูก จึงมักพบบริเวณฝ่าเท้า พบได้ในทุกช่วงวัย
2. ตาปลาแบบผิวด้าน (callus) เกิดจากการเสียดสี มักพบในนักกีฬาและผู้สูงอายุที่เท้าเริ่มมีการผิดรูป ทำให้เกิดการเสียดสีบางจุดมากกว่าปกติ จึงเกิดได้หลายตำแหน่งของเท้า
โดยอาการของตาปลา สามารถสังเกตได้ง่าย ๆ คือหากมีตุ่มขึ้นบริเวณเท้าหรือฝ่ามือที่มีลักษณะเป็นตุ่มแข็ง เมื่อกดดูแล้วมีความรู้สึกเจ็บจี๊ด ให้สันนิษฐานได้เลยว่ามีความเสี่ยงในการเป็นตาปลาอย่างแน่นอนผู้ป่วยจะรู้สึกเหมือนมีก้อนกรวด ติดอยู่ตลอดเวลาจึงรู้สึกเจ็บเมื่อเดินทั้งเวลาสวมรองเท้า หรือแม้เดินด้วยเท้าเปล่าอาจทำให้รบกวนการใช้ชีวิตได้

ทั้งนี้หากเป็นขึ้นมาแล้วก็มีวิธีการรักษาง่ายๆคือ
1. ทายาเพื่อช่วยลอกผิวหนังกำพร้า
2. การผ่านผิวหนังที่หนาออก ซึ่งเป็นหัตถการที่ควรทำโดยแพทย์
3. เลือกสวมใส่รองเท้าที่พอดีกับเท้า ไม่คับ หลวม หรือ แข็ง จนเกินไป
เชื่อว่าหลายคนก็คงจะเป็นกันเยอะเลยค่ะ ยิ่งเวลาเป็นมากก็คงเจ็บมากๆแน่ๆ สำหรับข้อมูลนี้ก็ถือเป็นอีก 1 ความรู้นะคะ
ที่มา: เฟซบุ๊ก มูลนิธิหมอชาวบ้าน https://www.facebook.com/share/p/1CVxS4M4oD/