เเพทย์ เผย อาการ “ไวรัสตับอักเสบ” เหมือนไข้ทั่วไป พร้อมยกเคสเตือนเป็นอุทาหรณ์
พอลลี่ อีจัน
17 พฤศจิกายน 2568

โรคมาอย่างไม่หยุดไม่หย่อนจริง อย่างดาราชื่อดังก็ยังป่วยกันเพียบ
ก่อนหน้านี้หลังจากมีกรณีที่ ดาราสาวสวย อย่าง “ต้าเหนิง” ล้มป่วย เพราะมีอาการมีไข้ตัวสั่นมากๆ เลยได้ไป รพ. เเละแอดมิด พอตรวจพบว่า ค่าตับ1300 เจอตับโต ถุงน้ำดีบวม มีน้ำในปอดสองข้าง ทำให้ เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม พูดก็ยังเหนื่อย คิดว่าน่าจะไวรัสตับอักเสบ ยังไม่รู้ชนิด


ล่าสุด วันนี้(17 พ.ย.68) เฟซบุ๊ก หมอโอ๊ค DoctorSixpack ก็ได้ออกมาโพสต์ยกเคสเเละอออกมาอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า โรคที่ ต้าเหนิง เป็น หรือภาวะนี้คืออะไร? ระบุว่า….
ไวรัสตับอักเสบคือ “การอักเสบของตับที่เกิดจากเชื้อไวรัส” ทำให้ตับบวม อักเสบ และถ้าปล่อยนานๆ เสี่ยงตับแข็ง–มะเร็งตับได้

1. ไวรัสตับอักเสบมีกี่ชนิด? (หลักๆ 5 ตัว)
-A (HAV): มาจากอาหารหรือน้ำไม่สะอาด อาหารสุกๆ ดิบๆ สุขอนามัยไม่ดี ส่วนใหญ่เป็นแบบเฉียบพลัน แล้วหาย ไม่เรื้อรัง มีวัคซีนป้องกัน
-B (HBV): เจอเยอะในคนไทย ติดจากเลือด เพศสัมพันธ์ไม่ป้องกัน ใช้เข็มร่วมกัน แม่สู่ลูกตอนคลอด บางคนหาย แต่บางคนกลายเป็นเรื้อรัง ทำให้ ตับแข็ง กลายเป็น มะเร็งตับ มีวัคซีน และเด็กไทยส่วนใหญ่ได้ฉีดตั้งแต่เกิด
-C (HCV): ติดจากเลือดเป็นหลัก เช่น เข็มฉีดยา เครื่องมือแพทย์ไม่สะอาด สัก/เจาะที่อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ส่วนใหญ่กลายเป็นเรื้อรัง มากกว่า B ยังไม่มีวัคซีน แต่ปัจจุบันมียารักษาที่ทำให้หายขาดได้ในหลายเคส
– D (HDV): จะติดได้เฉพาะคนที่มีไวรัสตับอักเสบ B อยู่แล้ว ทำให้อาการรุนแรงขึ้น
– E (HEV): คล้าย A มาจากอาหาร น้ำปนเปื้อน อันตรายมากในหญิงตั้งครรภ์บางราย
2. อาการที่ควรรู้
ช่วงแรกหลายคนไม่รู้ตัว เพราะอาการเหมือนไข้ทั่วๆ ไป
สัญญาณที่มักเจอ เช่น เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน แน่นหรือเจ็บชายโครงขวา (ตำแหน่งตับ) ปัสสาวะสีเข้มเหมือนน้ำล้างเนื้อ/โค้ก อุจจาระซีดลง ตาเหลือง ตัวเหลือง (ดีซ่าน)
ถ้ามีอาการ “ตาเหลือง ตัวเหลือง + ปัสสาวะเข้ม” แนะนำไปพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดทันที


3. ทำไมถึงอันตราย?
ถ้าเป็นชนิดเฉียบพลันแล้วหายก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นชนิดที่เรื้อรัง โดยเฉพาะ B และ C จะทำให้
-เซลล์ตับถูกทำลายเรื่อยๆ เสี่ยง ตับอักเสบเรื้อรัง
-เสี่ยงเป็นตับแข็ง น้ำในท้อง ขาบวม เส้นเลือดขอดในหลอดอาหารแตก เลือดออกในทางเดินอาหาร
-เสี่ยงมะเร็งตับเพิ่มขึ้นมาก
4. ป้องกันตัวเองยังไงดี?
-ตรวจเลือดเช็กไวรัสตับอักเสบ ถ้ายังไม่มีภูมิ แนะนำฉีดวัคซีนตับอักเสบ A และ B
-มีเพศสัมพันธ์ให้ใช้ถุงยางอนามัยสม่ำเสมอ
-ไม่ใช้เข็มฉีดยา หรือของมีคมร่วมกับผู้อื่น
-เลือกร้านสัก/เจาะที่สะอาดได้มาตรฐาน
-กินอาหารสุก สะอาด ดื่มน้ำสะอาด ล้างมือก่อนกินทุกครั้ง
-คนที่ในครอบครัวมีไวรัสตับอักเสบ B หรือ C เคยได้รับเลือด ผ่าตัด สัก หรือใช้เข็มร่วมกัน ควรตรวจเลือดเช็กตับเป็นระยะ️
เเละนี่คืออาการทั้งหมดค่ะ อย่างของเคสต้าเหนิงเองก็มีอาการคล้ายๆเเบบนี้ ก็ขอให้ทุกคนอย่าละเลยสุขภาพเล็กๆน้อยๆเเบบนี้มันอาจลามเป็นเรื่องใหญ่ได้ค่ะ
ที่มา: เฟซบุ๊ก หมอโอ๊ค DoctorSixpack https://www.facebook.com/share/p/1CyhFknH9R/