“ยรรยง” จี้รัฐฯ แก้ราคาข้าวตกต่ำ ชาวนาโอด แย่สุดในรอบ 10 ปี
น้ำฝน อีจัน
14 พฤศจิกายน 2568

(วันนี้ 14 พ.ย. 68) นายยรรยง พวงราช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกโรงจี้รัฐบาลอนุทินให้เร่งแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำเป็นการด่วน หลังสถานการณ์ข้าวในหลายจังหวัดทั่วประเทศเข้าสู่จุดวิกฤติ ชาวนาแห่ร้องเรียนว่าปีนี้คือ ปีที่ราคาตกต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี ขายข้าวแล้ว “ขาดทุน” แทบทุกพื้นที่
นายยรรยง ระบุว่า ขณะนี้ผลผลิตข้าวขาวออกเกือบเต็มพื้นที่แล้ว และข้าวหอมมะลิทยอยออกกว่า 30% แต่ราคากลับอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
- ข้าวเปลือกเจ้าขาว 5% ชาวนาขายได้เพียง 5,000-6,000 บาท/ตัน (ยุครัฐบาลเศรษฐาเคยขายได้ 9,500-11,000 บาท)
- ข้าวหอมมะลิ ปัจจุบันขายได้แค่ 10,000-11,500 บาท/ตัน (เคยขายได้ 15,000-16,000 บาท ในยุครัฐบาลเศรษฐา)
เขาย้ำว่าแม้รัฐบาลจะอ้างว่ามีมาตรการพยุงราคา เช่น การให้สหกรณ์การเกษตร ธ.ก.ส. อตก. อคส. ออกรับซื้อข้าวนำตลาด 4 ล้านตัน หรือชดเชยดอกเบี้ยโรงสี–พ่อค้าข้าว แต่จนถึงตอนนี้ ไม่พบว่ามาตรการใดถูกนำมาใช้จริง ราคาข้าวจึง “ไหลลงทุกวัน” โดยไม่มีสัญญาณพยุงราคาแม้แต่น้อย
นายยรรยงระบุว่า “แม้แต่คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ก็ยังไม่ได้แต่งตั้งด้วยซ้ำ”
พร้อมกันนี้ นายยรรยงยังวิจารณ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อย่างหนักว่า มัวแต่เดินสายสร้างภาพเรื่องการขายข้าวให้จีนจำนวน 500,000 ตัน แต่ไม่มีข้อมูลใดชัดเจนว่า “จีนซื้ออะไร ราคาเท่าไหร่ ส่งมอบเมื่อไร”
โดยชี้ว่า หากดีลจีนเกิดขึ้นจริง ราคาข้าวต้องดีดขึ้นบ้าง แต่ ความจริงกลับตรงกันข้าม ชาวนาในหลายพื้นที่ยังคงต้องขายข้าวขาดทุน โดยเฉพาะภาคอีสานและภาคเหนือที่เริ่มเกี่ยวแล้วแทบทั้งพื้นที่

นายยรรยงเตือนว่า หากรัฐบาลยังไม่ลงมือจริง ชาวนาจะเก็บเกี่ยวข้าวหมดทั้งแปลงในราคาต่ำจน ขาดทุนหลายพันบาทต่อตัน ก่อนที่รัฐจะสามารถทำสัญญาขายข้าวหรือออกมาตรการพยุงราคาได้ทัน
เขายังระบุอีกว่า หลายฝ่ายในวงการข้าว รวมถึงผู้นำชาวนาในหลายจังหวัด รู้สึกผิดหวังอย่างมากกับรัฐบาลอนุทินที่เคยประกาศว่าจะทำงานเร็วและแก้ปัญหาเศรษฐกิจพื้นฐานทันที แต่จนถึงขณะนี้ “ยังไม่เห็นผลงานช่วยชาวนาที่เป็นรูปธรรมเลย”
ด้านนโยบายลดต้นทุน เช่น ค่าปุ๋ย-ค่าพลังงาน นายยรรยงกล่าวว่า สิ่งที่เห็นมีแค่การที่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เดินสายเปิดงานปุ๋ยธงเขียวราคาถูกในพื้นที่ศรีสะเกษ-อุบลฯ-สุรินทร์ ซึ่ง “ไม่ตอบโจทย์ชาวนา” เพราะฤดูกาลเพาะปลูกผ่านไปแล้วกว่า 2-3 เดือน
นายยรรยงเสนอให้นายอนุทินใช้ KPI ที่นางศุภจีเคยประกาศในสภา ได้แก่
- ราคาข้าวเปลือกที่ชาวนาขายได้จริง
- ราคาส่งออกข้าว
- ปริมาณส่งออกข้าวในยุครัฐบาลนี้
พร้อมให้ลงพื้นที่รับฟังเสียงชาวนาว่า ปีนี้ “ได้กำไรหรือขาดทุนกันแน่” และขายข้าวให้หน่วยงานรัฐได้ตามที่รัฐบาลประกาศหรือไม่
นายยรรยง กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “ผมไม่แน่ใจว่าท่านนายกจะยอมรับความจริงได้หรือไม่ว่า รัฐบาลอนุทินคือรัฐบาลที่ทำให้ราคาข้าวตกต่ำที่สุด และทำให้ชาวนามีหนี้เพิ่มมากที่สุดกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา”