เจ๊อ้วน เดินคอตกเข้าห้องขัง ตำรวจแจ้งข้อหาหนัก จ้างวาน อุ้มฆ่า

ตำรวจควบคุมตัว เจ๊อ้วน เมียหลวง โกหมาด เข้าห้องขัง เตรียมดำเนินคดี ด้าน เจ๊อ้วน ฝากขอโทษครอบครัว เสียใจที่ออกไปกราบศพไม่ได้

จากคดีเมียจัดฉากอุ้มฆ่าผัว โกหมาด เสี่ยสนามชนไก่ จ.ชุมพร ที่สุดท้ายแล้ว ก็เป็น เจ๊อ้วน เมียหลวงโกหมาด ที่ยอมรับออกมาเองว่า เป็นคนสั่งฆ่าสามีตัวเอง

ล่าสุด เวลา 19.10 น. เมื่อวานนี้ (31 มี.ค. 67) พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ควบคุมตัวเจ๊อ้วน เพื่อเข้าห้องควบคุมขังของโรงพักนาสัก โดยพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน เนื่องจากเป็นคดีที่มีโทษสูง ทำให้เจ๊อ้วนจะต้องในห้องขังของโรงพักเพียงลำพัง ไม่มีผู้ต้องหาคนอื่นๆ พนักงานสอบสวนได้ให้เจ๊อ้วนเซ็นรับทราบข้อกล่าวหาและสำนวนทั้งหมด จากนั้นตำรวจชุดสืบสวนพร้อมกับเจ้าหน้าที่กองปราบได้ถ่ายภาพเจ๊อ้วนเพื่อทำบันทึกจับกุม โดยสีหน้าเจ๊อ้วนเริ่มเศร้าและดูเหนื่อยล้า

โดยระหว่างที่เจ๊อ้วน กำลังจะเดินเข้าห้องควบคุมขัง เป็นจังหวะเดียวกันกับที่รถของเจ้าหน้าที่กู้ภัยสยามรวมใจปู่อินทร์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้นำร่างของเสี่ยหมาด มาทำบันทึกประจำวันที่โรงพักนาสักพอดี ขณะนั้น นักข่าวได้พยายามสอบถามเจ๊อ้วนว่า มีอะไรอยากจะฝากขอโทษครอบครัวของเสี่ยหมาดหรือไม่ โดยเจ๊อ้วน หันกลับมาตอบกับนักข่าวทันทีว่า อยากจะไปที่งานศพเพื่อขอโทษญาติของสามีทุกคน แต่มันทำไม่ได้ ก็ฝากขอโทษตรงนี้แล้วกัน ขอโทษตระกูลสมหวังทุกๆคน

จากนั้นทีมข่าวได้บอกเจ๊อ้วนว่า ศพของเสี่ยหมาดอยู่ด้านหน้าโรงพักพอดี เจ๊อ้วนลองขอตำรวจไปกราบศพไหม ทันใดนั้น เจ๊อ้วนได้หันหน้าไปที่หน้าโรงพัก โดยมีผู้สื่อข่าวได้ช่วยกันขอเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้เจ๊อ้วนได้กราบศพขอโทษเสี่ยหมาดครั้งสุดท้าย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำบันทึกจับกุมเจ๊อ้วนแล้ว จึงไม่สามารถปล่อยตัวออกไปด้านนอกโรงพักได้ และได้คุมตัวเจ๊อ้วน ให้เดินเข้าห้องขังทันที

เจ๊อ้วนกล่าวฝากไปถึงร่างของเสี่ยหมาด ที่ขณะนั้นอยู่ที่บริเวณหน้าโรงพักว่า ไม่รู้จะทำยังไง อโหสิกรรมให้ด้วย ฉันขอโทษฉันผิดไปแล้ว จากนั้นเจ๊อ้วนได้เดินถือไม้เท้าประคองตัวเองเข้าห้องขังทันที

ขณะเดียวกันหลานชายของเสี่ยหมาด ได้นำของใช้ส่วนตัว สบู่ ยาสีฟัน เสื้อผ้า เครื่องนุ่มห่ม หมอน และพัดลม เพื่อขอตำรวจเอาไปให้เจ๊อ้วน เนื่องจากในห้องขัง ไม่มีทั้งแอร์และพัดลม โดยเจ้าหน้าที่ได้รับไว้ และจะขอตรวจข้าวของทั้งหมดก่อน ว่า มีสิ่งของที่คล้ายเชือกหรืออาวุธที่ใช้ทำร้ายตัวเองหรือไม่ เนื่องจาก คืนนี้เจ๊อ้วนจะต้องนอนในคุกเพียงคนเดียว ซึ่งเจ้าหน้าที่กลัวที่สุดคือ กลัวจะคิดสั้น

ตำรวจตั้งข้อหาเจ๊อ้วน “เป็นผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิด ใช้บังคับ ขู่เข็ญ หรือจ้างวานให้ผู้อื่นกระทำความผิด ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันอำพรางซ่อนเร้นเพื่อให้ทำลายศพ เพื่อปิดบังการเกิดการตายหรือเหตุการตาย” และ “ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้จำยอมต่อสิ่งใด ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย”

ต่อมามูลนิธิสยามร่วมใจปู่อินทร์ จังหวัดนครศรีธรรมราชได้นำร่างของเสี่ยหมาด ไปยังสำนักสงฆ์พระยืน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้บ้านเสี่ยหมาด โดยที่มีญาติพี่น้องและชาวบ้าน ได้จัดเตรียมสถานที่สำหรับตั้งสวดอภิธรรมศพไว้แล้ว พร้อมทั้งรอรับศพเสี่ยหมาดกันอย่างเนืองแน่น

ทันทีที่ยกโลงบรรจุศพเสี่ยหมาดลงจากรถมูลนิธิฯเพื่อนำไปตั้งไว้ที่จัดเตรียมไว้ เมื่อเปิดฝาโลงออกพบว่าร่างเสี่ยหมาดถูกห่อไว้ด้วยผ้าดิบสีขาวมัดแน่นไม่ให้เห็นร่างกายเนื่องจากมีสภาพเปื่อย โดยมีญาติพี่น้องและชาวบ้านที่มีความสนิทสนม ต่างร่ำให้อย่างโศกเศร้าเสียใจ ขณะที่ญาติได้นำเสื้อผ้าเสี่ยหมาดมาใส่ไว้ในโลงศพพร้อมทั้งนำผ้าขนหนูสีแดงห่มให้ด้วย

ขณะที่ป้าหมูซึ่งเป็นพี่สาวเสี่ยหมาด ยืนร่ำให้ข้างโลงศพพร้อมทั้งพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้นว่า “ถ้าน้องเชื่อพี่จะไม่เป็นพันนี้เลย น้องไม่เชื่อเลย”

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ


คลิปอีจันแนะนำ

รัก 3 เศร้า! ต้องแลกชีวิต คดีเสี่ยโกหมาส