คนไทยหลอกคนไทย? ระวังกันด้วยนะทุกคน มิจฉาชีพงัดทุกมุก ทำทุกรูปแบบเพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อจริง ๆ ล่าสุดครูสาวจังหวัดอุทัยธานี หลงเชื่อ หายืมเงินเพื่อนมาโอนให้
เช้าวันนี้ (9 ส.ค.67) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ รายงานว่า ครูสาวรายหนึ่ง ได้ออกมาเล่าอุทาหรณ์เตือนภัย หลังถูกมิจฉาชีพอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งข้อหาว่าเธอพัวพันคดียาเสพติด 2 แสนเม็ด โดยอ้างว่าสืบทราบมาจากซิมโทรศัพท์มือถือค่ายหนึ่ง ก่อนวิดีโอคอลคุยกันสด ๆ ที่หน้า สภ.นครสวรรค์ ทำให้เจ้าตัวหลงเชื่อโอนเงินประกันตัวหลักหมื่นบาทให้
นางสาวพรนภา อายุ 29 ปี ข้าราชการครู โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดอุทัยธานี เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเช้า วันที่ 7 ส.ค.67 ที่ผ่านมา มีสายโทรเข้ามาจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายประสานงานกฎหมายของค่ายมือถือค่ายหนึ่ง แจ้งว่ามีการแอบอ้างชื่อไปเปิดเบอร์โทรศัพท์ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน เวลา 13.45 น. จึงแนะนำให้ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ พร้อมทำหนังสือแจ้งความบริสุทธิ์
จากนั้น มีตำรวจโทรมาแจ้งว่าเธอมีคดีพัวพันยาเสพติดมูลค่า 8.5 ล้านบาท เป็นยาเสพติด จำนวน 200,000 เม็ด เธอก็ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด ยืนยันว่าไม่ได้ไปจังหวัดนครสวรรค์ ในวันและเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอไลน์และวิดีโอคอลเพื่อยืนยันตัวตน จากนั้นได้ส่งข้อมูลทะเบียนราษฎร์และเล่มบัญชีม้ามาให้ อีกทั้ง มีการแสดงเอกสารเพิ่มเติม อย่างบัญชีของกลางคดีอาญา คำสั่งศาล และอ้างว่าอยู่หน้า สภ.นครสวรรค์ ซึ่งตอนที่วีดีโอคลอคุยกันนั้นก็เป็นภาพวีดีโอที่อยู่หน้า สภ.เมืองนครสวรรค์ จริง ๆ มีการเดินเข้าไปเคาะประตู มีการ ว.วิทยุ พูดคุยกันเป็นระบบขั้นตอนเหมือนกับเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง ๆ

มิจฉาชีพที่อ้างตัวว่าเป็นผู้กำกับได้บอกว่า ตอนนี้เธอตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฟอกเงินและคดียาเสพติด โดยหมายศาลจะมาถึงบ้านในอีกไม่กี่วัน ต้องส่งข้อมูลเลขบัญชีและหลักทรัพย์ทั้งหมดให้กับตำรวจเพื่อใช้ในการประกันตัว เธอรู้สึกตกใจมาก ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ตำรวจบอกว่าต้องมีหลักทรัพย์ 100,000 บาท เพื่อประกันตัว ซึ่งตนเองก็ได้บอกไปว่า ไม่มีเงินมากขนาดนั้น หลังจากนั้นก็บอกว่าต้องมีเงินในบัญชีอย่างน้อย 10,000 บาท เพื่อแสดงว่าไม่ได้ฟอกเงิน ก่อนสอบถามถึงทรัพย์สินอื่น ๆ โดยอ้างว่าหากมีจะถูกยึดเป็นของกลางทั้งหมด
ซึ่งทางมิจฉาชีพ ย้ำว่าไม่ให้บอกใครเพราะเป็นคดีใหญ่ที่สุดในนครสวรรค์ ยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ และยังมีคนร้ายหลบหนีมาในจังหวัดอุทัยธานี ด้วยความตกใจ เธอจึงไปขอยืมเงินเพื่อนครูด้วยกันมา 10,000 บาท แล้วโอนเงินตามที่คนร้ายบอกไป ซึ่งตอนนั้นทั้งบัญชีตนเองมีเพียงแค่ 7 บาทเท่านั้น หลังจากโอนเงินไปให้แล้วทางมิจฉาชีพ ก็ได้บอกว่า หลักทรัพย์ไม่เพียงพอ ทาง สภ.จึงต้องไปตรวจหลักทรัพย์ ที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ หากไม่มีหลักทรัพย์ตามที่กล่าวอ้าง ทาง สภ.จะคืนเงินทั้งหมดพร้อมหนังสือแสดงความบริสุทธิ์ให้
ตอนนั้นยังดีที่ได้เพื่อนครูพูดดึงสติ พอตั้งสติได้แล้วจึงโทรหาตำรวจที่รู้จักเพื่อสอบถามเกี่ยวกับเอกสารที่ได้รับมา ทางตำรวจแจ้งว่าไม่มีเอกสารลักษณะดังกล่าว และให้รีบไปที่สถานีตำรวจใกล้ที่สุดเพื่อแจ้งความอายัดบัญชีธนาคาร จากนั้นมิจฉาชีพได้ยกเลิกข้อความเอกสารที่ส่งมาทั้งหมดทำให้มั่นใจว่าถูกหลอก เธอจึงได้เดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ
ทางผู้กำกับได้แจ้งว่าขณะนี้มีผู้เสียหายหลายรายที่ถูกมิจฉาชีพอ้างตัวเป็นตำรวจเช่นเดียวกัน โดยส่วนใหญ่เป็นชาวจังหวัดนครสวรรค์ หลังจากกลับมาจากสถานีตำรวจ จึงได้ตัดสินใจนำหลักฐานทั้งหมดมาโพสต์ลงในโซเชียลเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้อื่น เพราะรอบนี้ที่มิจฉาชีพมาในรูปแบบใหม่ คือ วีดีโอกันที่หน้า สภ.ซึ่งต่างจากที่เคยเจอกันมา ประกอบกับจังหวะตอนที่ถูกกล่าวหาว่าเปิดบัญชีม้า กลัวว่าจะกระทบกับอาชีพ จึงทำให้หลงเชื่อไปกับมิจฉาชีพไป
