เช็กให้ชัวร์ก่อนโอน ล่าสุดมีคนหลอกขายสินค้า แต่พอลูกค้าโอนเงินให้ กลับไม่ได้รับของ
วานนี้ (18 ก.ย.67) สืบนครบาล ร่วมกันจับกุมตัวนายเจษฎา หรือ “เพ็ชร คูคต” อายุ 24 ปี ภายในหมู่บ้าน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.966/2567 ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง และโดยทุจริต หรือโดนหลวงลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน เป็นการกระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง”

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคม 2566 ผู้เสียหายได้เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ว่าถูกคนร้ายประกาศและหลอกให้ผู้เสียหายสั่งซื้อน้ำมันพืชในไลน์กลุ่มของหมู่บ้าน ผู้เสียหายได้สั่งซื้อไปในบริมาณที่มากพอสมควร ก่อนจะโอนเงินชำระค่าสินค้า จากบัญชีธนาคารของตน เข้าบัญชีธนาคารชื่อบัญชี นายเจษฎา หลังจากที่ผู้เสียหายโอนเงินชำระค่าน้ำมันพื้นเสร็จเรียบร้อย ก็ไม่ได้รับการติดต่อหรือส่งมอบสินค้าตามที่สั่งจากผู้ใช้บัญชีไลน์ดังกล่าวแต่อย่างใด จนทราบข่าวจากเพื่อนบ้านในหมู่บ้านซึ่งแจ้งเตือนเข้ามาในไลน์กลุ่มของหมู่บ้านว่าผู้ใช้บัญชีไลน์ดังกล่าวนั้นเป็นคนร้ายได้แอบอ้างนำข้อมูลบ้านเลขที่ของเพื่อนบ้านนั้นไปใช้หลอกขายสินค้า ตนจึงทราบว่าตัวเองถูกหลอก ซึ่งตนเชื่อว่าน่าจะมีเพื่อนบ้านและประชาชนอีกหลายรายหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อของคนร้ายรายนี้
ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เมื่อได้รับรายงาน จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. เร่งรัดให้ พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. กำชับให้ พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี , พ.ต.ท.นิธิ ปิยะพันธุ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. เร่งรัดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. รีบทำการสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับรายดังกล่าวซึ่งอาจเป็นผู้ร่วมขบวนการหลอกลวง หรืออาจเป็นบัญชีม้าเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว

ในชั้นจับกุม นายเจษฎา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การตนเรียนจบ กศน. ปัจจุบันยังไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง เกี่ยวกับคดีที่ถูกจับกุม น่าจะเกิดจากเมื่อช่วงประมาณปลายปี 2565 ขณะที่ตนทำอาชีพขายกัญชาอยู่ละแวกบ้าน ได้มีลูกค้าซึ่งเป็นรุ่นพี่ ชื่อนายพรประสิทธิ์ มาซื้อกัญชาจากตน โดยได้มีการขอเลขบัญชีธนาคารไปเพื่อจะโอนเงินจ่ายค่ากัญชาที่ซึ่งกับร้านของตนให้ ต่อมาหลังจากนั้นไม่กี่วันก็มีเงินเข้ามาในบัญชีธนาคารของตนอีก ประมาณสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ครั้งละประมาณ 3,500- 5,000 บาท โดยหลังจากที่มีเงินเข้ามาในบัญชีแล้ว ตัวนายพรประสิทธิ์ จะโทรศัพท์มาบอกให้ตนออกไปถอนเงินที่เข้ามาในบัญชีและนำเงินสดไปให้นายต๋า โดยนายต๋าให้ตนหักค่าดำเนินการไปครั้งละ 800 – 1,000 บาท
ต่อมา ตนทราบว่านายพรประสิทธิ์ หรือต๋า ถูกจับกุมตัวไปเมื่อประมาณเดือนกันยายน 2566 หลังจากนั้น ก็มีหมายเรียกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่บ้านตน แต่ตนไม่กล้าไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะตนมีคดีความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน ซึ่งอยู่ระหว่างอุทธรณ์คดีอยู่เกรงจะกระทบ จึงได้หลบซ่อนตัวภายในบ้าน ไม่ค่อยออกไปไหนมาไหน จนมาถูกจับกุมตัวตามหมายจับในที่สุด
จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมในฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่านายเจษฎา มีประวัติถูกดำเนินคดี จำนวน 2 คดี ประกอบด้วย
1) ปี 2566 ถูกจับกุมในความผิดฐาน “ มี อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน โดยมิได้อนุญาต (ครอบครองปืนไม่มีทะเบียน) , พกอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยมิได้รับอนุญาต ” ท้องที่ สภ.ธัญบุรี
2) ปี 2567 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง และโดยทุจริต หรือโดนหลวงลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน เป็นการกระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ” ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.966/2567 ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ระวังกันด้วยนะคะ ทุกวันนี้มิจฉาชีพมีเล่เหลี่ยมกลโกงมากมาย เราต้องเช็กให้ชัวร์อย่าหลงเชื่อกลโกงง่ายๆ และระวังการถูกหลอกให้เปิดบัญชีม้ากันด้วย อย่าให้บัญชีธนาคารหรือเปิดบัญชีให้คนอื่นใช้เด็ดขาด เนื่องจากอาจเป็นช่องทางให้คนร้ายนำบัญชีไปใช้ในการก่ออาชญากรรมได้
หากมีข้อสงสัยว่าคนที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์นั้นจะเป็นมิจฉาชีพหรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด ได้ที่เพจ “สืบนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม.
