CIB บุกรวบ “แก๊งเช่ารถแล้วหนี” เสียหายแล้วกว่า 24 คัน รวมมูลค่ากว่า 12 ล้านบาท
แพทตี้ อีจัน
8 พฤษภาคม 2568

เตือนภัยผู้ประกอบการ เช็กให้ชัวก่อนปล่อยเช่ารถ
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง นำกำลังตำรวจทางหลวงใน สังกัด กก.2 บก.ทล. เปิดปฏิบัติการจับกุม Fast Fraud Furious ล่า Young Mastermind ขบวนการใช้อุบายติดต่อหาเช่ารถจากบริษัทนิติบุคคลต่างๆ ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา รวมทั้งสิ้นจำนวน 4 ราย แต่ละคนมีหน้าที่ ดังนี้
1.นายภัทรจารินทร์ นามแฝงว่านายแจ็ค ทราบชื่อเล่นภายหลังว่าชื่อว่านายยิ้ม ทำหน้าที่ติดต่อใช้อุบายขอเช่ารถจากบริษัทต่างๆ และได้เป็น Master Mind ของขบวนการลักทรัพย์กลอุบาย
2.น.ส.มนัญชยา ทำหน้าที่ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ สร้างความน่าเชื่อถือเป็นบริษัทนิติบุคคล มอบอำนาจเพื่อทำสัญญาเช่ารถ และรับมอบรถยนต์
3.น.ส.พรพรรณ ทำหน้าที่ เป็นผู้รับมอบอำนาจจากนิติบุคคล และทำนิติกรรมสัญญาขอเช่ารถจากผู้เสียหาย และรับมอบรถยนต์
4.น.ส.นวรัตน์ ทำหน้าที่ เป็นผู้ชำระเงินค่าเช่ารถล่วงหน้าให้ผู้เสียหาย (ฝากเงินผ่านเคาเตอร์ธนาคาร เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยรับเงินสดจากนายยิ้ม

ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย” สืบเนื่องจากปลายเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา หลังจากมีการแถลงข่าวของ กก.2 บก.ทล.ทลายขบวนการฟอกขาวรถยนต์ ก็ได้มีผู้เสียหายเป็นเจ้าของบริษัทรถเช่าแห่งหนึ่งใน กทม. แจ้งว่าตนเองได้เห็นการแถลงข่าวของจนท.แล้วเชื่อว่า จนท.ตำรวจทางหลวงน่าจะช่วยตนเองจากแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้ได้
โดยผู้เสียหายแจ้งว่า เมื่อวันที่ 16 ม.ค.68 นายแจ็ค หรือนายยิ้ม ได้ติดเข้ามาหาผู้เสียหายและได้อ้างว่าตนเป็นพนักงานของนิติบุคคลแห่งหนึ่ง ย่านลำผักชี และได้ใช้อุบายอ้างกับผู้เสียหายว่าทางนิติบุคคลดังกล่าวต้องการที่จะเช่ารถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก จำนวน 6 คัน เป็นระยะเวลา 5 ปี และตกลงค่าเช่ากันที่เดือนละ 19,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และต้องชำระเงินค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน ซึ่งได้มีการพาผู้เสียหายเข้าไปดูที่ตั้งและสถานที่ประกอบการของนิติบุคคลดังกล่าว ที่แอบอ้างว่าเป็นบริษัทที่กระทำการเกี่ยวกับการชำแหละเนื้อสัตว์ปีกและต้องการใช้รถกระบะเป็นยานพาหนะในการขนย้ายและส่งสินค้าไปยังผู้ประกอบการต่างๆ

โดยบริษัทดังกล่าวได้ตั้งอยู่ที่พื้นที่ สน.ลำผักชี มีนางสาวพรพรรณ หรือต่ายแสดงตนเป็นผู้รับมอบอำนาจจากนิติบุคคลดังกล่าว เป็นผู้ทำสัญญาเช่า และชำระค่าเช่ารถทั้ง 6 คันล่วงหน้า จนวันที่ 27 ม.ค.68 ได้มีการนัดส่งมอบ รถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก หรือรถกระบะ 6 คัน กันที่โรงงานที่ตั้งอยู่ที่ นิคมอุตสาหกรรมบึงโคล่ แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร
ต่อมา 29 ม.ค.68 ทางผู้เสียหายได้ตรวจสอบระบบนำทาง (GPS) ของรถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก จำนวน 6 คันพบว่า ได้มีการถอดระบบนำทาง (GPS) ของรถยนต์ ทั้ง 6 คัน ออกทันทีหลังรับมอบรถยนต์ และเมื่อผู้เสียหายติดต่อไปยังนิติบุคคลดังกล่าวก็บ่ายเบี่ยงและไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายจึงเดินทางมาขอความช่วยเหลือจาก จนท.ตำรวจทางหลวงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ ตำรวจ กก.2 บก.ทล. ยังพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้มีการใช้อุบายในการหลอกลวงเช่ารถยนต์รูปแบบเดียวกัน หลอกลวงผู้เสียหายอีก 4 ราย รวมทั้งสิ้น จำนวน 24 คัน ในพื้นที่ สน.ลำผักชี เพิ่มเติมอีกจำนวน 2 คัน สน.ทองหล่อ จำนวน 4 คัน สน.พหลโยธิน จำนวน 2 คัน และ พื้นที่ สน.มักกะสัน จำนวน 10 คัน แต่ในส่วนของพื้นที่ สน.มักกะสัน จำนวน 10 คัน เจ้าหน้าที่ ตำรวจ กก.2 บก.ทล. ได้สืบสวนจนทราบว่าได้มีการหลอกลวงและยังไม่มีการส่งมอบ จึงได้มีการติดต่อผู้เสียหาย และยับยั้งความเสียหายไว้ได้ทันท่วงที
กลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าว ได้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง และมีมูลค่าความเสียหายกว่า 12 ล้านบาท โดยกลุ่มผู้ต้องหาได้ทำการใช้กลอุบายในการลักทรัพย์ไปทั้งสิ้น 24 คัน ซึ่งสามารถลักทรัพย์สำเร็จไปทั้งสิ้น 14 คัน ในส่วนที่เหลืออีก 10 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ทล. สามารถเข้าแจ้งเตือนต่อผู้เสียหายที่กำลังจะส่งมอบได้ทันเวลา จึงสามารถยับยั้งได้ทันเวลา

ทั้งนี้ ตำรวจสอบสวนกลาง ได้เตือนภัยประชาชน ให้ระวังป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้าง ดังนี้
1.ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของนิติบุคคล (ผู้เช่า) และสถานะทางการเงิน
2.ควรพบเจอกับผู้บริหารหรือกรรมการผู้อำนาจด้วยตนเอง
3.หลีกเลี่ยงการทำสัญญา (นิติกรรม) ด้วยวิธีการที่ไม่พบเจอตัวจริง(ส่งเอกสารไปกลับ)
4.หากมีพฤติการณ์เชื่อได้ว่ารถของท่านจะถูกโจรกรรม เช่น ถอดระบบนำทาง (GPS) ขาดการติดต่อ ให้รีบโทรแจ้งสายด่วน ตำรวจทางหลวง 1193 เพื่อสกัดจับได้ทันท่วงที
ระวังกันด้วยนะคะ ‘อีจัน’ เป็นห่วง