ระทึก! หนุ่มบุกธนาคาร เรียก 5 ล้าน-ราดน้ำมันผู้จัดการสาว สุดท้ายถูกรุมประชาทัณฑ์

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

16 กุมภาพันธ์ 2569

ระทึก! หนุ่มบุกธนาคาร เรียก 5 ล้าน-ราดน้ำมันผู้จัดการสาว สุดท้ายถูกรุมประชาทัณฑ์

เกิดเหตุระทึก! ชายบุกเดี่ยวปล้นธนาคารเรียก 5 ล้าน แต่สุดท้ายโดยลุมประชาทัณฑ์จนน่วม 

วันนี้ (16 ก.พ.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 15.37 น. มีพลเมืองดีใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพเหตุการณ์ระทึกขวัญ ขณะคนร้ายเป็นชาย 1 คน สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีฟ้าสวมฮู้ดและแมสปิดบังใบหน้า เดินถือขวดพลาสติกบรรจุน้ำมันเบนซินบุกเดี่ยวเข้ามายังธนาคารภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ  

ก่อนจะใช้น้ำมันที่เตรียมมาราดใส่ผู้จัดการหญิงของทางธนาคาร พร้อมทั้งขู่ให้พนักงานส่งเงินสดให้ 5 ล้านบาท แต่ทางด้านผู้จัดการสาวไหวพริบดีจึงพยามวิ่งหนีแต่ถูกคนร้ายรายนี้พยามดึงเสื้อแขนยาวของผู้จัดการเอาไว้ โดยที่ผู้จัดการตัดสินใจหมุนตัวเพื่อถอดเสื้อแขนยาวออกและวิ่งหนี ทำให้คนร้ายตกใจ  

ซึ่งจังหวะนั้น มีพนักงานของทางธนาคารและพลเมืองดีกระโดดเข้าชาร์จตัวคนร้าย จนคนร้ายพยามวิ่งหนีออกจากทางห้างฯ 

โดยภาพจากกล้องวงจรปิดทางเข้าห้างอีกตัว จับภาพได้ในขณะที่คนร้ายพยามวิ่งหลบหนี ขณะที่ยังมีขวดน้ำมันถือติดมือมาด้วย จากนั้นไรเดอร์และพนักงานในห้างฯ วิ่งตามคนร้ายออกมา  

ส่วนภาพวงจรปิดอีกมุมเห็นจังหวะที่คนร้ายพยามวิ่งหลบหนี แต่ถูกไรเดอร์และพนักงานห้างฯ วิ่งตามมาและเข้าสกัดคนร้ายรายนี้ จนกระทั่งล้มกับพื้นและถูกพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์กรูเข้ารุมประชาทัณฑ์ จับตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ  

หลังเกิดเหตุไม่นาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี เดินทางเข้าที่เกิดเหตุและควบคุมตัวผู้ก่อเหตุรายนี้ โดยพบว่าได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลปูดบวมที่ใบหน้าหลายแห่ง และมีเลือดไหลอกจากจมูก อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จึงปฐมพยาบาลและพาตัวส่งโรงพยาบาลบางพลี เพื่อให้แพทย์ตรวจรักษา โดยมีสายตรวจตามประกบตัวที่โรงพยาบาลบางพลี  

นายอดิศร นักศึกษาใจเด็ดและเป็นหนี่งในพลเมืองดี ที่เข้าจับตัวคนร้ายรายนี้บอกว่า ตนกำลังกลับบ้าน แล้วเห็นพี่ไรเดอร์บอกว่าเขาเอาน้ำมันไปราดคนในธนาคาร จังหวะเขากำลังหนีออกนอกประตู ตนเลยวิ่งมาเตะเขาจนเขาสลบ เพราะตนได้ยินว่าเขาเอาน้ำมันไปราดคนธนาคารแล้วมีคนทำร้าย จนเขาวิ่งหนีออกมาทางนี้ และได้ยินเขาพูดว่า เขามาจากชลบุรีไม่มีเงินถึงทางตัน และแค่จะข่มขู่ 

ขณะที่ นายสุธิดล อายุ 48 ปี ผู้ก่อเหตุ ให้การกับผู้กำกับของ สภ.บางพลี เบื้องต้นว่า ตนเองขับขี่รถมาจากจังหวัดชลบุรี เพื่อมาก่อเหตุในครั้งนี้จริง ส่วนที่ทำลงไปนั้น ตนตกงานไม่มีเงินใช้ ถึงทางตันเลยตัดสินใจซื้อน้ำมันมาเพื่อขู่เพื่อเอาเงินแต่ไม่ได้ลงมือทำเพราะว่าเขาสู้เลยไม่กล้าทำ โดยจะขอให้การเพิ่มเติมในชั้นศาลเท่านั้น  

ด้าน พ.ต.อ. ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผู้กำกับ สภ.บางพลี บอกว่า สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว หลังจากที่คนร้ายถือขวดน้ำมันเข้ามายังธนาคาร ก็มาเจอกับทางผู้จัดการของทางธนาคาร คนร้ายจึงใช้ขวดน้ำมันที่บรรจุมา ราดใส่ผู้จัดการของทางธนาคารทันที และบอกทางผู้จัดการให้อยู่เฉยๆ จากนั้นเอ่ยปากบอกให้ทางพนักงานของธนาคารส่งเงินให้คนร้ายจำนวน 5 ล้านบาท จังหวะนั้นเอง คนร้ายได้จับเสื้อคลุมแขนยาวของผู้จัดการไว้ ซึ่งผู้จัดการมีไหวพริบที่ดีและพยามเดินออกมานอกธนาคาร และอาศัยจังหวะที่คนร้ายเผลอ ผู้จัดการจึงเอี้ยวตัวหมุนเพื่อสะบัดตัวออกจากเสื้อคลุม โดยมีพนักงานธนาคารและพนักงานห้างฯ กระโดนต่อยและถีบคนร้ายทันที จนคนร้ายต้องวิ่งหลบหนีออกจากทางห้างฯ และถูกพลเมืองดีตามจับตัวเอาไว้ได้  

ตรวจสอบประวัติเบื้องต้น ยังไม่พบพฤติกรรมที่ส่อไปในทางที่เขามีความผิดปกติ แต่จากประวัติเขามีคดีทำร้ายร่างกาย เบื้องต้นความผิดของเขาในวันนี้ที่เขาจับตัวผู้จัดการไว้ น่าจะเข้าข่ายความผิดโทษฐานกักขังหน่วงเหนี่ยว และการที่เขาบอกให้ส่งเงินน่าจะเข้าข่ายความผิดในการกรรโชกทรัพย์ แต่ในเรื่องของการพยายามชิงทรัพย์ธนาคาร ต้องขอตรวจสอบอีกที และเนื่องจากที่พลเมืองดีช่วยกันจับกุมตัวเขาแต่เกิดการต่อสู้ เลยทำให้เขาได้รับบาดเจ็บทางจมูก จึงส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลบางพลี แต่ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไว้ เมื่อสักครู่สอบถามถึงแรงจูงใจเขาขอยังไม่ให้การในชั้นสอบสวนและอ้างกฎหมายPDPA จึงทำให้เห็นว่าเขาน่าจะมีความไม่ปกติ เนื่องจากว่าช่วงนี้ทองแพง และคนร้ายมีโอกาสต้องการเงิน เพราะฉะนั้นในเรื่องของธนาคาร ร้านทอง ปกติตำรวจจะมีมาตรการในการป้องกันเหตุที่ห้างแห่งนี้ก็จะมีสายตรวจไว้รักษาความปลอดภัย และทางธนาคารก็จะมีการเชื่อมสัญญาณแจ้งเหตุไปยังที่โรงพัก มาตรการนอกเหนือจากนี้จะมีการเรียกประชุมและอาจจะมีการซักซ้อมแผนต่อไป