แกะรอยล่า! พ่อค้าบะหมี่เกี๊ยว ชิงทอง 26 บาท พิรุธแตกเพราะเลิกขายกะทันหัน
อีจัน อ้วน
21 กุมภาพันธ์ 2569

จากกรณีคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ภายในร้านทองแห่งหนึ่งใน ต.บ้านทุ่ม อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น สอยสร้อยคอทองรูปพรรณ น้ำหนักรวม 26 บาท มูลค่ากว่า 1.9 ล้านบาท หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลา 14.07 น. ของวันที่ 15 ก.พ.2569
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ภ.4 , พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง ผบช.ภ.4 สั่งการให้
พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สส.ภ.4 และ พล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พร้อมชุดสืบสวน ติดตามเส้นทางก่อนและหลังเกิดเหตุที่คนร้ายใช้รถจักรยานยนต์มาก่อเหตุแล้วหลบหนี
ภาพจากกล้องวงจรปิดวันที่ 14 ก.พ. บันทึกภาพคนร้ายมาป้วนเปี้ยนบริเวณร้านทองแต่ไม่ก่อเหตุ เนื่องจากมีรถยนต์จอดขวางหน้าร้านทอง กระทั่งวันที่ 15 ก.พ. คนร้ายก่อเหตุแล้วหลบหนี โดยไม่เน้นใช้ถนนสายหลัก แต่ใช้ถนนสายรอง
ที่สำคัญคนร้ายไม่หยุดรถไม่ถอดเครื่องแต่งกาย หรือถุงมือและหมวกกันน็อคเต็มใบ โดยขับขี่รถจักรยานยนต์ ไปเรื่อย ๆ และหายไปช่วงเขตรอยต่อพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ท่าพระ จ.ขอนแก่น

จากนั้นได้มีพลเมืองดีคนหนึ่ง ได้แจ้งเบาะแสกับ พล.ต.ต.นพเก้า รอง ผบช.ภ.4 ว่า รูปร่างท่าทางของคนร้ายคล้ายกับชายคนหนึ่ง ที่เป็น “พ่อค้าขายบะหมี่เกี๊ยว” ในพื้นที่ ต.บ้านหว้า อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น ซึ่งเบาะแสนี้ พล.ต.ต.นพเก้า สั่งการให้ชุดสืบสวนไปตรวจสอบสะกดรอยและไปทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านของพ่อค้าขายบะหมี่เกี๊ยว
ช่วงบ่ายของวันที่ 20 ก.พ.2569 พ่อค้าขายบะหมี่เกี๊ยว ทำความสะอาดร้านเตรียมจัดร้านเพื่อเปิดขายบะหมี่เกี๊ยวตามปกติ แต่แล้วจู่ ๆ ก็เก็บข้าวของไม่เปิดร้าน ชุดสืบสวนจึงตัดสินใจเข้าประชิดตัวพร้อมเชิญตัวไปสอบถาม
พ่อค้าบะหมี่เกี๊ยวคนนี้คือ นายเก๋ (นามสมมุติ) อายุ 47 ปี แสดงท่าทีพิรุธและมีท่าทีเริ่มกังวลให้ชุดสืบสวนสังเกตเห็น จากนั้นชุดสืบสวนให้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดและหลักฐานบางอย่างไม่นานนักนายเก๋ ค่อย ๆ เล่าบอกว่า ตนเองมาจากที่อื่นได้ภรรยาในพื้นที่นี้ ในอดีตเคยมีเงิน 10 ล้านบาท แต่ติดเล่นพนันจนหมดตัว อีกทั้งแยกทางกับภรรยา ทำให้ต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูลูก จึงประกอบอาชีพขายบะหมี่เกี๊ยว และมีปัญหาหนี้สินจำนวนมากจากการกู้ยืมเงินนอกระบบหมุนเงินไม่ทัน จึงตัดสินใจก่อเหตุ
จากนั้นนายเก๋ ยินยอมสมัครใจพาชุดสืบสวนไปตรวจค้นบ้านในพื้นที่ ต.บ้านหว้า อ.เมืองขอนแก่น นำชี้จุดซุกซ่อนสร้อยคอทองรูปพรรณทั้งหมดไว้ภายในเสาเหล็กกล่องภายในบ้าน ชุดสืบสวนต้องใช้เครื่องเจียรไฟฟ้าตัดบริเวณโคนเสาเป็นช่อง ก่อนพบสร้อยคอทองรูปพรรณทั้งหมด อัดทับด้วยฟางข้าวซ่อนอยู่ด้านใน จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง
จากนั้นนายเก๋ พาชุดสืบสวนไปชี้จุดทิ้งรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 100 สีเทาดำ ในหนองน้ำกลางทุ่งนาพื้นที่ ต.บ้านหว้า ห่างจากบ้านประมาณ 10 กิโลเมตร จึงควบคุมตัวมาแจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิของผู้ถูกจับให้ทราบก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเป็ด ดำเนินคดีตามกฎหมาย
5 วันหลังเกิดเหตุ ปิดคดีชิงทองสำเร็จ



