“แบงก์” ลุ้นผล “อุ๊งอิ๊ง” มอง 60% พ้นนายกฯ อีก 25% “ลุงตู่” คัมแบ็ก
ต้นกุมภาฯ อีจัน
25 สิงหาคม 2568

วันนี้ (25 ส.ค.68) นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ที่ต้องติดตามภายในประเทศไทย นักลงทุนจะรอลุ้นผลการพิจารณาคดีนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร โดยศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 29 ส.ค.2568 นี้
ซึ่งปัจจัยดังกล่าว อาจนำไปสู่ความวุ่นวายของการเมืองไทยในระยะสั้น โดยเฉพาะในกรณีที่ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยความเป็นนายกฯ ของ น.ส.แพทองธารฯ สิ้นสุดลง เนื่องจากจะต้องมีการลงคะแนนเสียงเลือกนายกฯ คนใหม่ พร้อมกันนั้นก็มีความเสี่ยงที่อาจเกิดการยุบสภาฯ และการเลือกตั้งใหม่ได้
โดยมองว่ามีโอกาสราว 60% ที่พรรคเพื่อไทย ยังสามารถรวบรวมเสียงจากบรรดาพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อสนับสนุนแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย (นายชัยเกษม นิติสิริ) เป็นนายกฯ คนถัดไป และมีโอกาสราว 25% ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจกลับมาเป็นนายกฯ ส่วนอีก 15% นั้น ประเมินเป็นโอกาสที่จะเกิดการยุบสภาฯ และเลือกตั้งใหม่
ในส่วนของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานยอดการส่งออกและนำเข้า รวมถึงรายงานดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (Manufacturing Production Index) ในเดือนก.ค.2568
สำหรับแนวโน้มเงินบาท ยอมรับว่า โมเมนตัมการแข็งค่าของเงินบาทได้มีกำลังมากขึ้น ตามการปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังผู้เล่นในตลาดตีความถ้อยแถลงของประธานเฟด Jerome Powell ว่าอาจมีการส่งสัญญาณพร้อมสนับสนุนการลดดอกเบี้ยของเฟด (โดยเฉพาะในการประชุม FOMC เดือนก.ย.)
อย่างไรก็ดี เรากลับมองว่าถ้อยแถลงของประธานเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณชี้ชัดต่อการลดดอกเบี้ยอย่างที่ตลาดประเมินและตัวแปรสำคัญยังคงอยู่ที่รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างการจ้างงานเดือนส.ค. ซึ่งจะรับรู้ในวันศุกร์ที่ 5 ก.ย. ทำให้คงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way risk (เคลื่อนไหวได้ทั้งด้านอ่อนค่าและแข็งค่า)
ตามการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งจะขึ้นกับรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด นับจากวันนี้ จนเข้าใกล้การประชุม FOMC เดือนก.ย.(รับรู้วันที่ 18 ก.ย. ตามเวลาประเทศไทย)
นอกเหนือจากมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด เรายังคงมองว่า การเคลื่อนไหวของทั้งเงินหยวนจีน (CNY) และราคาทองคำ จะเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อเงินบาทพอสมควร เนื่องจากในช่วงนี้ ทั้งสองสินทรัพย์ได้เคลื่อนไหวสอดคล้องกับเงินบาทมาก
นอกจากนี้ ควรติดตามสถานการณ์การเมืองไทย ที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงิน โดยความวุ่นวายของการเมืองไทย หลังรับรู้ผลการวินิจฉัยคดีคลิปเสียงนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร โดยศาลรัฐธรรมนูญ อาจกระทบต่อฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติและสร้างความผันผวนให้กับเงินบาทได้
อนึ่ง ในกรณีที่เงินบาทอ่อนค่าลงนั้น ประเมินว่า การอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) ก็อาจเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างก็รอทยอยขายเงินดอลลาร์ หากเงินบาทมีการอ่อนค่าลงเข้าใกล้โซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 32.65-32.70)
“มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 32.00-32.75 บาท/ดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วงโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.30-32.50 บาท/ดอลลาร์”
ทั้งนี้ แนะนำผู้เล่นในตลาดควรเลือกใช้เครื่องมือในการปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของเงินบาท รวมถึงสกุลเงินอื่นๆ ที่สูงขึ้นกว่าช่วงอดีตที่ผ่านมาพอสมควร โดยผู้เล่นในตลาดอาจเลือกใช้เครื่องมือเพิ่มเติม อาทิ Options หรือ Local Currency ควบคู่ไปกับการปิดความเสี่ยงผ่านการทำสัญญา Forward