เครื่องบินเล็กสหรัฐ ร่วงกลางชุมชนทหาร ดับแล้ว 3 ศพ
บวรวัฒน์ อีจัน
23 พฤษภาคม 2568

(22 พ.ค. 68) สำนักงานการบินแห่งสหรัฐฯ แถลงว่า เครื่องบินเซสนา 550 ซึ่งมีผู้โดยสารรวม 6 คน เกิดเหตุเสียหลักพลัดตกใกล้ท่าอากาศยานมอนต์โกเมอรี-กิบบ์ส เอ็กเซ็กคูทีฟ เมืองซานดิเอโก เมื่อเวลาประมาณ 03.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น ของวันที่ 22 พฤษภาคม

คณะสอบสวนอุบัติเหตุทางการบิน คณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติ กล่าวว่า เครื่องบินลำดังกล่าว ออกเดินทางจากเทเตอร์โบโร รัฐนิวเจอร์ซีย์ เมื่อเวลาประมาณ 23.15 น. ของวันที่ 21 พฤษภาคม และมีปลายทางคือเมืองซานดิเอโก โดยระหว่างนั้นเครื่องบินได้แวะเติมน้ำมันที่เมืองวิชิตา ก่อนที่เครื่องบิน จะบินพุ่งชนสายไฟ ที่ห่างจากสนามบินไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 3 กิโลเมตร จากนั้นก็พุ่งชนบ้านหลังหนึ่ง”

แดน เอ็ดดี้ ผู้ช่วยหัวหน้าดับเพลิงฝ่ายปฏิบัติการฉุกเฉินซานดิเอโก เล่าว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนประชาชนมากกว่า 15 หลัง เนื่องจากถูกเครื่องบินพุ่งชนอย่างรุนแรง รวมไปถึงรถยนต์จำนวนมากที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ในเบื้องต้น มีคำสั่งให้อพยพประชาชนที่ได้รับความเสียหายออกจากพื้นที่ เพื่อสอบสวนสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
ขณะที่ กรมตำรวจซานดิเอโก กล่าวว่า “ในตอนนี้ ได้รับการยืนยันผู้เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งดูเหมือนว่าจะอยู่บนเครื่องบินลำดังกล่าว แต่จำนวนผู้เสียชีวิตที่แน่ชัดยังคงต้องรอการพิสูจน์อีกครั้ง”

ในเวลาต่อมา บริษัท Sound Talent Group ซึ่งเป็นองค์กรเอเจนซีเพลง ที่มีศิลปินในสังกัดมากกว่า 400 ราย ได้ออกแถลงการณ์เปิดเผยว่า พนักงานของบริษัท 3 ราย รวมถึงเดฟ ชาปิโร ผู้ก่อตั้งร่วม เสียชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้เปิดเผยชื่อพนักงานอีก 2 รายที่เสียชีวิต
“พวกเราเสียใจอย่างมากกับการสูญเสียผู้ก่อตั้งร่วม เพื่อนร่วมงาน และเพื่อนๆ ของเรา พวกเราขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของพวกเขา และกับทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในวันนี้” แถลงการณ์ระบุ
ซึ่งมีรายงานว่า 1 ในผู้เสียชีวิตอย่าง เดฟ ชาปิโร เป็นเจ้าของเครื่องบินที่ประสบเหตุตกและมีใบอนุญาตนักบิน อีกทั้งยังเป็นเจ้าของโรงเรียนสอนการบินชื่อ Velocity Aviation อีกด้วย

ทั้งนี้ บ็อบ ฮีลีย์ ผู้บังคับการฐานทัพเรือซานดิเอโก กล่าวว่า ชุมชนที่เกิดเหตุแห่งนี้ เป็นฐานทัพทหารที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก หรือ Liberty Military Housing โดยมีผู้อาศัยในชุมชนดังกล่าวมากกว่า 2,300 คน
ขอบคุณข้อมูล : USA Today