ครอบครัวผวา ย้ายเข้าบ้านใหม่ก่อนทยอยล้มป่วย สาเหตุจากของที่มีทุกบ้าน
ขวัญ อีจัน
20 มิถุนายน 2567

ครอบครัวชาวสิงคโปร์ผวาหนัก หลังย้ายเข้าบ้านใหม่ได้เพียง 3 เดือน ก่อนจะทยอยล้มป่วยทีละคน สุดท้ายพบสาเหตุมาจากสารเคมีในเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน
สื่อต่างประเทศรายงานข่าวชวนผวาของครอบครัวนักธุรกิจชาวสิงคโปร์ หลังพวกเขาพึ่งจะได้ย้ายเข้าไปอาศัยยังบ้านหลังใหม่ได้เพียง 3 เดือน แต่จู่ ๆ สมาชิกในครอบครัวก็ทยอยล้มป่วยกันทีละคน ครอบครัวดังกล่าวนี้มีสมาชิกจำนวนทั้งหมด 4 คน ประกอบไปด้วย พ่อ แม่ และ ลูก 2 คน
โดย นายซ่ง ฮงจุน ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัว วัย 52 ปี ได้ตัดสินใจซื้ออพาร์ทเมนต์ขนาด 160 ตารางวา และได้จ้างบริษัทเข้ามาตกแต่งภายใน ซึ่งหลังจากนั้นทุกอย่างก็ดูจะเป็นปกติจนถึงเวลาที่พวกเขาย้ายเข้ามา แต่หลังจากผ่านไปเพียงแค่ 3 เดือน จู่ ๆ ลูกสาวคนโตวัย 8 ขวบ ตาแห้ง เจ็บคอ และไม่สบาย จากนั้นทั้งนายซ่งและภรรยาก็มีอาการป่วยแบบเดียวกันอ โดยภรรยามีอาการเจ็บคอจนไม่มีเสียงนานกว่า 2 สัปดาห์

นายซ่ง ไม่รอช้ารีบพาครอบครัวไปโรงพยาบาลในทันที ก่อนที่แพทยืจะระบุว่า ครอบครัวของเขาได้รับ สารฟอร์มาลดีไฮด์ ในปริมาณที่มากจนเกินไปจึงทำให้เกิดอาการป่วย สำหรับสารดังกล่าวนี้เป็นสารที่อยู่ในเฟอร์นิเจอร์ที่เพิ่งผลิตเสร็จใหม่ โดยเป็นสารเคมีที่ไม่มีสี ติดไฟได้ มีกลิ่นฉุน มักพบในเฟอร์นิเจอร์จากไม้อัด แผ่นฉนวนกันเสียง และวัสดุตกแต่งอื่นๆ
ทันทีที่ได้ทราบข้อมูล นายซ่ง ได้ติดต่อบริษัทตกแต่งภายในให้เข้ามาตรวจสอบก่อนจะพบว่าอุปกรณ์ตกแต่งทั้งหมด 36 ชิ้น มีเพียง 5 ชิ้นเท่านั้นที่ไม่พบสารฟอร์มาลดีไฮด์ ส่วนตู้เก็บของในห้องลูกชายนั้นเป็จจุดที่พบปริมาณสารฟอร์มาลดีไฮด์ มากที่สุดถึง 4.8 ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานถึง 60 เท่า

เบื้องต้นทางบริษัทตกแต่งภายในจะรับผิดชอบโดยการออกค่าใช้จ่ายให้ครอบครัวของ นายซ่ง ไปยังอาศัยที่โรงแรมระหว่าการรื้อเฟอร์นิเจอร์ออก แต่ทางบริษัทเสนอเงินมาในจำนวนที่น้อยเกินไป ทำให้นายซ่งเตรียมฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายอย่างเหมาะสมกับทางบริษัทต่อไป
ทั้งนี้ สารฟอร์มาลดีไฮด์ เป็นสารที่มีความอันตราย หากสูดดมเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้เกิดการระคายเคือง ตา และจมูก น้ำมูกไหลตลอดเวลา หากนานเข้าอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ อย่างไรก็ตามบ้านไหนที่เพิ่งซื้อเฟอร์นิเจอร์ หรือตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ควรเปิดประตู หน้าต่างให้อากาศถ่ายเทอย่างน้อย 12 ชั่วโมง เพื่อเป็นการลดปริมาณสารฟอร์มาลดีไฮด์ ได้อีกทางหนึ่ง
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : asiaone