อิหร่าน ประหารแขวนคอ นักมวยปล้ำดาวรุ่ง วัย 19 เหตุประท้วงรัฐบาล
บวรวัฒน์ อีจัน
20 มีนาคม 2569

วันนี้ (20 มี.ค. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า ทางการอิหร่าน ได้ดำเนินการแขวนคอประหารชีวิตชาย 3 คน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระหว่างการประท้วงรัฐบาล ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา
รายงานระบุว่า ซาเลห์ โมฮัมมาดี นักมวยปล้ำหนุ่มทีมชาติอิหร่าน วัย 19 ปี เป็นหนึ่งในสามผู้ถูกแขวนคอประหารชีวิต ร่วมกับ โมฮัมมาดี เมห์ดี กาเซมี และซาอีด ดาวูดี ที่เมืองกอม ทางใต้ของประเทศอิหร่าน

โดยทั้งหมดนี้ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐาน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย และดำเนินการ “ปฏิบัติการทางทหาร” เพื่อสนับสนุนอิสราเอล และสหรัฐอเมริกา รวมถึงข้อหาก่อสงครามต่อต้านพระเจ้า (โมฮาเรเบห์) ภายใต้กฎหมายชารีอะห์ของอิหร่าน
ด้าน โอลิเวีย เวลส์ โฆษกทำเนียบขาวสหรัฐฯ เปิดเผยผ่านสื่อถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ว่า “นี่คือระบอบก่อการร้ายของอิหร่าน โดนัลด์ ทรัมป์ (ประธานาธิบดีสหรัฐฯ) จะไม่ยอมให้ผู้ก่อการร้ายที่โหดเหี้ยมและชั่วร้ายเหล่านี้ ได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เพื่อคุกคามประชาชนชาวอเมริกัน และโศกนาฏกรรมอันน่าสยดสยองนี้ เป็นเครื่องเตือนใจอย่างชัดเจนว่าเหตุใดปฏิบัติการ Epic Fury จึงถูกต้องและจำเป็น”

ขณะเดียวกัน กลุ่มสิทธิมนุษยชน ต่างแสดงความกังวลใจเกี่ยวกับการประหารชีวิตในครั้งนี้ โดยเฉพาะ ซาเลห์ โมฮัมมาดี แชมป์มวยปล้ำวัยรุ่น ที่เคยเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ ซึ่งตามรายงานของ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เขาถูกปฏิเสธการปกป้องที่เพียงพอ และถูกบังคับให้สารภาพ ในกระบวนการพิจารณาคดีแบบเร่งด่วน ที่ไม่เหมือนกับการพิจารณาคดีที่มีความหมาย
ด้าน องค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนอิหร่าน ซึ่งตั้งอยู่ในนอร์เวย์ กล่าวหลังการประหารชีวิตว่า ทั้งสามคน “ถูกตัดสินประหารชีวิต หลังจากการพิจารณาคดีที่ไม่เป็นธรรม โดยอิงจากคำสารภาพที่ได้มาจากการทรมาน” ขณะที่ ดาดบัน ผู้สังเกตการณ์ด้านกฎหมายของอิหร่านกล่าวว่า พวกเขา “ถูกลิดรอนสิทธิ์ในการเข้าถึงทนายความอิสระอย่างมีประสิทธิภาพและสิทธิ์ในการต่อสู้คดี” และภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ การใช้โทษประหารชีวิตจึงเปรียบเสมือน “การฆ่าโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม”
ขอบคุณข้อมูล : CBS News