จับตา! ฝีดาษลิงเข้าใกล้ไทย หลังฟิลิปปินส์ติดรายแรกของปี

Phetchan

Phetchan

20 สิงหาคม 2567

จับตา! ฝีดาษลิงเข้าใกล้ไทย หลังฟิลิปปินส์ติดรายแรกของปี

ต้องเฝ้าระวังและจับตาอย่างใกล้ชิด กับเชื้อฝีดาษลิง หรือฝีดาษวานร สายพันธุ์ที่กำลังระบาดในแอฟริกา 16 ประเทศ

สถานการณ์ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 ส.ค.67 กระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์ ประกาศว่า พบผู้ป่วย ฝีดาษลิง รายใหม่ในฟิลิปปินส์ ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมเพิ่มเป็น 10 ราย ผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงรายแรกที่พบในปีนี้ โดยผู้ป่วยรายสุดท้ายพบในเดือน ธ.ค.66

สำหรับผู้ป่วยรายนี้เป็นชายชาวฟิลิปปินส์ อายุ 33 ปี ไม่มีประวัติการเดินทางออกนอกประเทศฟิลิปปินส์ แต่มีการสัมผัสใกล้ชิดเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ก่อนเริ่มมีอาการ โดยอาการของผู้ป่วย เริ่มขึ้นเมื่อกว่า 1 สัปดาห์ที่แล้ว จากการมีไข้ ซึ่งหลังจากนั้น 4 วัน ก็มีผื่นขึ้นชัดเจนที่ใบหน้า หลัง ท้ายทอย ลำตัว ขาหนีบ รวมถึงฝ่ามือฝ่าเท้า และอยู่ระหว่างตรวจสายพันธุ์ของเชื้อฝีดาษลิง
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้โรคฝีดาษลิงเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับโลก เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 ปี หลังจากเกิดการระบาดของไวรัสในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ที่แพร่กระจายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ขณะที่นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคฝีดาษลิงในประเทศ ซึ่งการถอดรหัสพันธุกรรม ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์เคลดทู (Clade 2) ที่มีอาการไม่รุนแรง และมี 8 สายพันธ์ย่อยด้วยกัน ซึ่งผู้ป่วยในไทยพบเป็นสายพันธุ์ย่อย C.1 มากที่สุด และเป็นสายพันธุ์หลัก อย่างไรก็ตามสายพันธ์ C.1 มีการแพร่เชื้อที่ไม่รุนแรงและมีอัตราการเสียชีวิตต่ำ และไทยยังไม่พบเชื้อฝีดาษวานรสายพันธุ์ที่ระบาดในทวีปแอฟริกา 

นายแพทย์ยงยศ กล่าวอีกว่า สายพันธุ์ย่อย C.1 มีความรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์อื่น เมื่อเทียบกับสายพันธุ์เคลดวัน (Clade I) ที่มีการระบาดอยู่ในทวีปแอฟริกา โดยเคลดวัน มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 10% ในขณะที่เคลดทู ทั้งเคลดทูเอ Clade IIa เคลดทูบี Clade IIb ซึ่งรวมถึง C.1 มีอัตราการเสียชีวิตต่ำกว่าเพียง 1%

ตามข้อมูลอาการของโรคฝีดาษลิงสายพันธุ์ใหม่นี้ติดเชื้อง่ายขึ้นจากการสัมผัส ในขณะที่โรคฝีดาษลิงสายพันธุ์ก่อนหน้านี้จะติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์เป็นส่วนใหญ่ ส่วนอาการ ได้แก่ ผื่นผิวหนัง หรือรอยโรคบนเยื่อเมือก ร่วมกับอาการมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ไม่มีแรง และต่อมน้ำเหลืองบวม

วิธีป้องกันฝีดาษลิง หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือสัตว์ป่า หลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่ แอลกอฮอล์ เมื่อสัมผัสกับสัตว์ คนที่ติดเชื้อ หรือเดินทางเข้าป่า

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : https://www.japantimes.co.jp/news/2024/08/19/asia-pacific/science-health/philippines-first-mpox-strain/