เตรียมหนาวระลอกใหม่! มวลอากาศเย็นจากจีน ปกคลุมไทยตอนบน เหนือ-อีสาน อุณหภูมิลด 1-2 องศา
น้ำฝน อีจัน
12 พฤศจิกายน 2568

(วันนี้ 12 พ.ย. 68) ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง จากอิทธิพลของลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง
ขณะเดียวกัน มวลอากาศเย็นกำลังอ่อนจากจีนยังคงปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้บางพื้นที่มีอากาศเย็นในตอนเช้า กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนประชาชนดูแลสุขภาพจากอุณหภูมิที่เริ่มเปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ มวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนกำลังแผ่ลงมาปกคลุมจีนตอนใต้ และคาดว่าจะลงมาถึงภาคอีสานตอนบนและทะเลจีนใต้ในวันพรุ่งนี้ (13 พ.ย. 68) ส่งผลให้อุณหภูมิในพื้นที่ดังกล่าวลดลง 1–2 องศาเซลเซียส พร้อมลมแรง ก่อนที่บริเวณอื่นของประเทศไทยตอนบน รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะเริ่มเย็นลงในระยะต่อไป
ส่วนภาคใต้ ยังคงมีฝนฟ้าคะนองจากลมตะวันตกและลมตะวันตกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนล่าง โดยคลื่นลมทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง คลื่นสูง 1–2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
ขณะเดียวกัน พายุโซนร้อนกำลังแรง “ฟงวอง” (FUNG-WONG) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่บริเวณเกาะไต้หวันช่วงวันที่ 12-13 พ.ย. 68 โดยพายุนี้ ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่ผู้ที่มีแผนเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง

พยากรณ์อากาศรายภาค
ภาคเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ บริเวณเชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ ตาก และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 21–24°C สูงสุด 31–34°C ยอดดอยเย็นถึงหนาว 10–17°C
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบนอุณหภูมิลดลง 1–2°C พร้อมลมแรง มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20–24°C สูงสุด 31–34°C ยอดภูเย็นถึงหนาว 12–16°C
ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ บริเวณนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 22–25°C สูงสุด 32–34°C
ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด คลื่นทะเลสูง 1 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ บริเวณสุราษฎร์ฯ นครศรีฯ สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส คลื่นสูง 1 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล คลื่นทะเลอันดามันสูง 1–2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24–26°C สูงสุด 32–34°C