อุตุฯ ชี้ 4-7 มี.ค. 69 ทั่วไทยเจอ 1 วัน 3 ฤดู ฝนถล่ม-ร้อน 39 องศาฯ

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

2 มีนาคม 2569

อุตุฯ ชี้ 4-7 มี.ค. 69 ทั่วไทยเจอ 1 วัน 3 ฤดู ฝนถล่ม-ร้อน 39 องศาฯ

วันนี้ (2 มี.ค.69) กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 1 – 7 มีนาคม พ.ศ. 2569 โดยในช่วงวันที่ 1 – 2 มี.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ เนื่องจากมีความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อน และลมตะวันตกพัดปกคลุมบริเวณดังกล่าว 

ส่วนในช่วงวันที่ 3 – 6 มี.ค. 69 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพมหานครรวมทั้งปริมณฑลและภาคเหนือ จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ 

หลังจากนั้นอากาศจะคลายความร้อนลง เนื่องจากมีบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และอ่าวไทย ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

ขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน หลังจากนั้น อากาศจะคลายความร้อนลงและฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ เนื่องจากบริเวณมวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมีลมตะวันตกในระดับบนจะเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณดังกล่าว

สำหรับภาคใต้ ในช่วงวันที่ 1 – 3 มี.ค. 69 จะมีฝนลดลงเนื่องจากมีลมตะวันตกเฉียงเหนือพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

ส่วนในช่วงวันที่ 4 – 7 มี.ค. 69 จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งเกิดขึ้นได้ เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ข้อควรระวังในช่วงวันที่ 3 – 6 มี.ค. 69 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฟ้าผ่า โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง ที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น กับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย

ภาคเหนือ

ในวันที่ 1 – 4 มี.ค. 69 มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 18 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 38 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม.


ส่วนในวันที่ 5 – 7 มี.ค. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 16 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 37 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในช่วงวันที่ 1 – 2 มี.ค. 69 มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 21 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 38 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.


ส่วนในช่วงวันที่ 3 – 6 มี.ค. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 20 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 25 กม./ชม.
หลังจากนั้น มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง 
อุณหภูมิต่ำสุด 18 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30- 35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.

ภาคกลาง

ในช่วงวันที่ 1 – 3 มี.ค. 69 มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 39 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันตก ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม.


ส่วนในช่วงวันที่ 4 – 6 มี.ค. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง
หลังจากนั้น มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ 
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

ในช่วงวันที่ 1 – 3 มี.ค. 69 มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร


ส่วนในช่วงวันที่ 4 – 6 มี.ค. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง
หลังจากนั้น มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 – 2 เมตรและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)

ในช่วงวันที่ 1 – 3 มี.ค. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่
ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร


ส่วนในช่วงวันที่ 4 – 7 มี.ค. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานี ขึ้นมา: ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราช ลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 36 องศาเซลเซียส 

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)

ในช่วงวันที่ 1 – 3 มี.ค. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 4 – 7 มี.ค. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ 
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล

ในช่วงวันที่ 1 – 3 มี.ค. 69 มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 25 – 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 4 – 6 มี.ค. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง
หลังจากนั้น มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 25 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 35 องศาเซลเซียส